สัมพันธภาพระหว่างชายหญิงนั้น แท้จริงแล้วควรจะเป็นเรื่องที่สวยงามและนำมาซึ่งความสุขสมของสัมผัสแห่งความรักที่ก่อเกิดขึ้นในดวงใจของคนทั้งสอง แต่ใช่ว่าสัมพันธภาพดังกล่าวจะดำเนินไปอย่างราบรื่นเหมือนดังที่หวงและตั้งใจเอาไว้
...หลายๆ ครั้ง สาวน้อยต่างแอบร้องไห้คนเดียว เมื่อเขาร้างราจากไป และสาวใหญ่ต้องถอนหายใจเงียบๆคนเดียว ก่อนจะเดินออกไปเผชิญความจริงที่ว่า...เมื่อเขาเป็นอื่น
ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น ?? ...เป็นคำถามที่คาใจเสมอๆ และเป็นมาในทุกยุคทุกสมัย
ทำอย่างไรชีวิตคู่จึงจะยืนยาวและเป็นสุขเหมือนใจฝัน... จึงยังคงเป็นคำถามอันดับหนึ่ง ในใจของผู้หญิงทุกคนมาตลอด ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด
คำตอบ... คงจะไม่มี นอกจากบอกว่า การเลือกคู่ชีวิตนั้น ยากกว่าการเลือกคู่นอนมากมายนัก คุณอาจจะหาคู่นอนได้ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แต่ถ้าจะหาคู่ชีวิตให้ได้สักคนแล้ว ช่างยากเย็นกระไรเช่นนั้น และใครที่เคยมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ คงจะมีคำตอบที่ดีแก่ตัวเองได้
หลายคนเขียนจดหมายมาถามหรือโทรศัพท์มาถามว่า ทำไมหมอ ผู้ชายจึงเปลี่ยนแปลงไป หลังจากอยู่ด้วยกันแล้ว ทำไมไม่เหมือนเดิม คำตอบก็คือ มีอะไรบ้างในโลกนี้ที่จีรังยั่งยืน นอกจากความตาย ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ใจของคนก็เช่นกัน วันนั้นยังรักกันอยู่ แต่วันนี้อาจจะไม่แล้ว และบางครั้งก็ยากที่จะบอกว่า ชายหรือหญิงเปลี่ยนไปก่อน
อีกหลายคนบอกว่า ถ้าจะมีชีวิตคู่ให้มีความสุข ก่อนจะอยู่กินกันควรจะเบิกตาให้กว้าง และหลังจากใช้ชีวิตคู่แล้ว พยายามปิดตาเสียบ้าง
พูดง่ายๆ ก็คือ ก่อนจะตกลงปลงใจกับใครสักคนหนึ่ง พยายามเบิกตาให้กว้างไว้ มองให้ดี ตรองให้ดี อย่าทำให้เหมือนที่เขาว่า "ความรักทำให้ตาบอด" การจะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนหนึ่งนั้น ต้องอาศัย "รักแท้" แม้ว่ารักแรกพบอาจจะกลายเป็นรักแท้ในภายหลังได้ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ รักแท้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เกิดจากรักแรกพบ รักแท้ส่วนใหญ่ จึงเป็นความจริง แต่รักแรกพบส่วนใหญ่ เป็นสิ่งลวงตา คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ความจริงย่อมเป็นความจริงวันยังค่ำ!!
อยากจะเตือนคุณผู้หญิงว่า อย่าให้ความรักที่คุณมีต่อเขามาทำให้คุณตาบอดมืดมัว จนยอมเป็นของเขาก่อนเวลาอันสมควร ด้วยความคิดที่ว่า เขาน่าจะเป็นคนรับผิดชอบ เพราะรับรองได้เลยว่า บทพิศวาสที่คุณให้กับเขา หรือเขาปรนเปรอจนคุณหลงไหลได้ปลื้มไปกับเขาด้วยนั้น ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า สัมพันธภาพของคุณกับเขาจะยาวนานตลอดไป และเมื่อความรักจืดจางไป พร้อมกับเวลาที่คุณกับเขาต้องจากกัน คุณจะรู้ว่าจริง!
มาตรฐานสองชั้น ในสังคมตะวันออกของเราก็ยังคงมีปัญหากับคุณผู้หญิงเสมอ เพราะรับรองได้เลยว่า โอกาสที่คุณจะเจอผู้ชายที่พร้อมจะรักคุณ เข้าใจคุณ และใช้ชีวิตคู่กับคุณอย่างสุขสมโดยบอกคุณว่า... แม้เธอผ่านชายร้อยชายฉันก็ยังรักเธอ คงจะเป็นภาพลวงตามากกว่าความเป็นจริง
ในคำพูดที่เขาบอกคุณว่า ผมรักคุณ ผมรักคุณ ผมรักคุณนั้น สิ่งที่อยู่ในใจของเขาก็คือ เมื่อไรคุณจึงจะยอมเป็นของผม เพราะเขาต้องการสัมพันธ์ภาพทางกายด้วย ต้องขอแก้แทนผู้ชายบ้างเหมือนกัน ในกรณีนี้ว่า ไม่ใช่ว่าการที่ผู้ชายคิดจะมีความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งกับผู้หญิง เป็นเรื่องที่ไม่ดีงาม แท้ที่จริงแล้ว เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติการเจริญพันธุ์ที่ทำให้ผู้ชายคิดแบบนั้น
การที่ผู้ชายคิดอยากจะมีเซ็กซ์กับผู้หญิง จึงเป็นเรื่องของธรรมชาติ!! และการที่ผู้หญิงมีเซ็กซ์กับผู้ชาย ก็เป็นไปตามที่ธรรมชาติเรียกร้องเช่นกัน ผู้หญิงเกิดมาเพื่อต้องการความรัก แสวงหาความรักความอบอุ่นจากใครสักคนหนึ่ง และเมื่อคิดว่า พบคนๆนั้นแล้ว เธอก็ยอมที่จะมีสัมพันธ์สวาทกับเขา เพื่อที่จะให้เขารักเธอตลอดไป ทั้งๆ ที่ ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
ผู้หญิง จึงยอมมีเซ็กซ์เพื่อที่จะแลกกับความรัก ในขณะที่ผู้ชายขายความรักเพื่อที่จะมีเซ็กซ์??? คุณว่า ประโยคดังกล่าวนั้น เป็นความจริงหรือสิ่งลวงตา หลายคนคงจะพบกับคำตอบแล้วว่า...เป็นอะไร แต่ขอเรียนให้ทราบเลยว่า... เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ ระหว่างบทพิศวาทที่ซาบซึ้งกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง กับเรื่องราวอื่นที่สำคัญกว่า โดยเฉพาะหน้าที่การงาน หรือสถานภาพทางสังคมแล้ว ผู้หญิงจะเป็นผู้ได้รับเลือก... เลือกที่จะถูกคัดออกไปจากชีวิตของเขา
นี่แหละครับชีวิต... บางครั้งมันก็โหดร้ายเกินไปกว่าจะเขียนให้อ่านกัน แต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงวันยังค่ำ ไม่ได้เขียนให้คุณเกลียด ไม่ชอบ หรือไม่รักผู้ชาย เพียงแต่อยากให้ทราบว่า ความเป็นจริงของชีวิตคืออะไร และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ การสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ของชายชาตรีเมื่อปีที่ผ่านไปหมาดๆ นั้น ยังได้ผลตรงกันเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ชายกังวลสนใจมากที่สุดมาในทุกยุคทุกสมัยและไม่เคยเปลี่ยนใจเลยก็คือ ...ทำอย่างไร ผมจึงจะทราบว่า ผู้หญิงที่ผมจะมีสัมพันธ์ด้วย ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับใครมาก่อน นั่น ก็เป็นความจริงที่ไม่ใช่ภาพลวงตาเช่นกัน
คุณคงอยากถามว่า แล้วตอนนั้น มาบอกรักทำไมล่ะ ก็ตอนนั้นเขาก็รักคุณจริงๆ นี่นา ไม่ได้หลอกลวงคุณให้ไหลหลงเสียหน่อย แต่ก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าความรักเมื่อเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมดับลงได้ และเมื่อความรักดับลงไปแล้ว แต่ละคนก็คงจะต้องไปตามทางของตัวเอง อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ และแล้วการเสียความบริสุทธิ์ ดังกล่าวก็เกิดขึ้นตามมาตรฐานสองชั้น!! เมื่อไรผู้หญิง จึงจะรู้จักปฏิเสธการมีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่เป็นของคุณเป็นคนแรกบ้าง!! อดข้าวดอกนะเจ้าจะวางวาย ไม่ตายเพราะอดเสน่หาหรอก และถ้าคุณคิดว่าในยุคนี้ ถ้าจะหาชายแบบนั้นได้ยากแล้วละก็ อยู่อย่างเป็นคนโสดที่มีความสุข มีเพื่อนฝูงมากๆ ดีกว่า เหมือนคำกลอนที่ว่า ...แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า...
แต่ถ้าคุณเลือก ผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่งมาเป็นคู่ชีวิตของคุณได้แล้ว ขอบอกคุณๆ เหมือนที่เคยสอนลูกสาวของผมเสมอๆ ว่า ในยุคนี้สมัยนี้หาผู้ชายที่ดีๆ และแท้ๆ สักคนได้ยากเข้าไปทุกวันแล้ว ถ้าแม้นหลุดเข้ามาในชีวิตแล้วละก็ ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้หลุดมือไปเลย แต่อย่าไปแย่งของคนอื่นเขา... เท่านั้นเอง
คุณต้องพยายามรักวันเติมวัน... เพราะผู้ชายของคุณขี้เหงาและมักจะขาดรักโดยไม่รู้ตัว รักเขา ให้กำลังใจเขา และยืนเคียงข้างผู้ชายของคุณในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน เพราะเขาเป็นคนที่คุณเลือก THE SURRENDER WIFE จึงเป็นหนังสือที่คุณต้องอ่าน ถ้าคุณมีสามีที่แสนดีสักคน แต่ถ้าเขาคนนั้น ไม่ได้เป็นเหมือนที่คุณหวังและตั้งใจ รวมทั้งอาจนำมาให้ชีวิตคุณเลวร้ายลงไปกว่าเดิมแล้วละก็ คุณเท่านั้น...ที่จะเป็นคนตัดสินใจว่า ควรจะทำอย่างไรให้คนที่คุณสมควรให้ความรักมากที่สุด เพราะคนคนนั้นก็คือ...คุณนั่นเอง
ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า การครองรักครองเรือนย่อมประกอบด้วย ผู้ชาย ผู้หญิง และพยานรัก การแสวงหาความรักความผูกพันระหว่างคนสองคนที่มาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตคู่กันนั้น หลายต่อหลายคน จึงแสวงหา...ลูกน้อย ไว้เป็นโซ่ทองคล้องชีวิตคู่ อยากจะบอกว่า ลูก นั่นแหละ ที่ทำให้ผู้หญิงเกิดความรู้สึกที่เป็นแม่ และลูกนั่นแหละ ที่ทำให้ผู้ชายที่มีคุณสมบัติจะเป็นพ่อ กลายเป็นคนนุ่มนวลโอบอ้อมอารี ด้วยความไร้เดียงสาที่ลูกๆ มีต่อพ่อ
การจะมีชีวิตคู่นั้น ลูกจึงเป็นคนที่จะเชื่อมสัมพันธ์ภาพระหว่างชายผู้เป็นพ่อ และหญิงผู้เป็นแม่เสมอ จึงควรที่จะเลี้ยงลูกด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว เลี้ยงดูให้ลูกๆ ทุกคน เห็นความรักที่สวยงามของพ่อแม่ ตั้งแต่พวกเขายังเล็กๆ เพื่อที่เขาจะได้เติบใหญ่ไปเป็น ผู้ชายที่แสนดี และผู้หญิงที่แสนจะน่ารัก และมีคู่ครองที่น่ารัก...ต่อไป
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีบสาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีบสาว แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ผู้หญิง ผู้ชาย ความรัก และกามารมณ์
ผู้หญิง ผู้ชาย ความรัก และกามารมณ์ ทั้ง 4 อย่างนี้สัมพันธ์กันในรูปแบบที่อธิบายได้ยาก กามารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของความรัก เพราะความรักนั้นเป็นนามธรรม แต่กามารมณ์คือการแสดงออกทางรูปธรรมของความรัก เชื่อหรือไม่ว่า ในเรื่องของ ความรักและกามารมณ์นั้น ผู้ชายกับผู้หญิงมีการแสดงออกที่แตกต่างกันอย่างมากอย่างที่คุณๆ แทบนึกไม่ถึงเอาเลยทีเดียว อย่างที่เรารู้ๆ กัน ผู้ชายมักรักง่ายหน่ายเร็ว แต่ผู้หญิงจะรักยากแต่เมื่อรักแล้วจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ผู้ชายมักมีหลายรัก แต่ ผู้หญิงจะมีรักเดียว ผู้หญิงจะต้องการความรักแต่ผู้ชายต้องการทำรัก ผู้หญิงต้องการที่จะพบใครสักคนที่ดีเพื่อรักเขาเป็นคน สุดท้ายและรักตลอดไป แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนที่คิดแบบนี้ ผู้ชายมักใจร้อนอยากให้ผู้หญิงรีบรับรักโดยเร็ว แต่ผู้หญิงต้องการ ค่อยๆ ศึกษาและดูใจเขาไปก่อน ในการมีเพศสัมพันธ์ผู้หญิงต้องการบรรยากาศที่เป็นใจ ความเป็นส่วนตัว ความเป็น ธรรมชาติและการเล้าโลมที่เนิ่นนานก่อนที่จะมีเซ็กซ์ เข้าทำนอง "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" แต่ผู้ชายกลับไม่เข้าใจและพยายามที่ จะกระทำการทันทีทันใดด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อนเข้าทำนอง "น้ำขึ้นให้รีบตัก" ในการมีเซ็กซ์ ผู้ชายจะคำนึงถึงปริมาณมากกว่า คุณภาพ ความสุขเป็นอันดับแรก แต่ความปลอดภัยเป็นอันดับที่สอง จึงมีบางคนกล่าวว่าผู้หญิงมีความรักแบบ "โรแมนติค" (ROMANTIC ยึดถือในความรักในแบบอุดมคติ) แต่ผู้ชายมีความรักแบบ "อีโรติค (EROTIC ยึดถือความสุขทางเพศ เป็นสำคัญ)
คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงทั้งหลายเคยสงสัยบ้างไหมว่า เจ้าอุปนิสัยและอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันเหล่านี้มีที่มาจาก อะไร
นอกจากการแสดงออกทางอุปนิสัยและอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันระหว่างหญิงชายแล้ว ในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงและ ผู้ชายก็มีความแตกต่างกันในการแสดงออกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีอารมณ์เพศ การเข้าถึงจุดสุดยอดหรือเรื่องอื่นๆ ผู้หญิงมักเกิดอารมณ์เพศยาก ธรรมชาติในเรื่องนี้ของชายและหญิงนั้นแทบจะตรงข้ามกันเลยทีเดียว นั่นคือ ผู้ชายจะเกิด อารมณ์เพศง่ายและเร็วโดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมารองรับ ผู้ชายสามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนไหนก็ได้โดย ไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยความรัก แต่ผู้หญิงนั้น ถ้าเธอจะมีอะไรกับใครสักคนแล้ว คนๆ นั้นจะต้องเป็นคนที่เธอรัก และ เธอจะคิดก่อนเสมอว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่เธอสมควรจะต้องมอบกายมอบใจให้กับเขา ด้วยสาเหตุนี้ ผู้หญิงจึงเกิดอารมณ์เพศยากและเกิดได้ช้า และด้วยเหตุนี้เช่นกัน ผู้หญิงจึงต้องการ "การเล้าโลม" (FOREPLAY) ก่อนการร่วมเพศเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ผู้ชายก็มักใจร้อนและชอบที่จะกระทำการด้วยความรวดเร็ว จึงไม่ อยากเสียเวลากับการเล้าโลม ปัญหานี้เป็นปัญหาที่คู่รักส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจออยู่เป็นประจำ ผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอดได้ยากและช้า ธรรมชาติของเพศหญิงต้องการเวลาในการสร้างอารมณ์เพศทีละนิด จนกระทั่งร่างกาย ได้รับการกระตุ้นไปจนถึงจุดสุดยอด การกระตุ้นที่จุดสัมผัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกอด การสัมผัสลูบไล้ไปที่อวัยวะส่วนต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่ไวต่อความรู้สึก เช่น บริเวณต้นคอ เนินอก ซอกคอ หรือต้นขา ซึ่งควรต้องกระทำอย่างช้าๆ และเป็นจังหวะ แต่ผู้ชายนั้นจะถูกกระตุ้นได้ง่ายและรวดเร็วมากๆ ถึงขนาดที่ว่าเพียงแค่เห็นรูปถ่ายผู้หญิงที่แต่งตัววับๆ แวมๆ เท่านั้น ความ เป็นชายก็พลุ่งพล่านไปทั่วร่างแล้ว ซึ่งในผู้หญิงจะไม่ง่ายดายขนาดนี้ สิ่งที่ทำให้ชายและหญิงมีลักษณะเช่นนี้ นอกจากสภาวะร่างกายตามธรรมชาติที่แตกต่างของหญิงและชายแล้ว ยังเกี่ยวข้อง กับฮอร์โมนอีกด้วย ในร่างกายผู้ชายจะมีฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า "เทสโตสเตอโรน" (TESTOSTERONE) อยู่ ส่วนในร่างกายผู้หญิงมีฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า "เอสโตรเจน" (ESTROGEN) อยู่ แล้วฮอร์โมนทั้งสอง ชนิดนี้คืออะไร ฮอร์โมน "เทสโตสเตอโรน" เป็นฮอร์โมนเพศชาย จะถูกผลิตขึ้นที่บริเวณลูกอัณฑะเป็นส่วนใหญ่ และส่วนน้อยผลิตจากต่อม หมวกไตและรังไข่ ซึ่งก็หมายถึงว่า ฮอร์โมนชนิดนี้ก็มีในเพศหญิงด้วยเช่นกันแต่เป็นจำนวนที่น้อยกว่า หน้าที่ของฮอร์โมนเท สโตสเตอโรน คือทำให้เกิดลักษณะของความเป็นชายขึ้น เช่น มีหนวดเครา ขนหน้าแข้ง เสียงที่แหบห้าว หรือมีกล้ามเนื้อเกิด ขึ้น และที่สำคัญ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศให้กับเพศชาย ในเพศหญิงฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนจะไม่ส่งผลให้ เกิดลักษณะเฉพาะความเป็นชายแต่อย่างใด แต่มีหน้าที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้เกิดกับผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้น ที่ผู้หญิงมี อารมณ์ความรู้สึกทางเพศน้อยกว่าผู้ชายก็เพราะว่ามีฮอร์โมนตัวนี้น้อยกว่านั่นเอง ส่วนในผู้หญิงนั้น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน "เอสโตรเจน" ออกมาจากรังไข่ ฮอร์โมนชนิดนี้ส่งผลให้ เกิดพัฒนาการทางร่างกายด้านต่างๆ ในเพศหญิง เช่น เต้านมโตขึ้น เอวคอด สะโพกผาย ต้นขากลม มีขนขึ้นที่บริเวณอวัยวะ เพศหญิง การทำงานของรังไข่จะอยู่ภายใต้การทำงานของต่อมใต้สมอง และการทำงานของต่อมใต้สมองก็จะอยู่ภายใต้การ ควบคุมของศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองอีกที ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเพศหญิงมีอารมณ์และความรู้สึกต่อความรักลึกซึ้ง กว่าเพศชาย ด้วยสาเหตุดังกล่าว ความรักของผู้ชายจึงเกี่ยวพันกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างแยกแยะไม่ออก ส่วนความรักของผู้หญิงก็เน้นไป ที่อารมณ์ ความรู้สึก ความรักและความผูกพันเป็นหลัก เท่ากับว่า เจ้าฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนและฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นตัว ที่สร้างความแตกต่างในการแสดงพฤติกรรมทางเพศ อุปนิสัยบางประการ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ของทั้งชายและ หญิงนั่นเอง การทำความเข้าใจในเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของชีวิตคู่ระหว่างหญิงชาย การเอาแต่โยนความผิดกันไป มาไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้เลย
การร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยการพบกันครึ่งทางคือวิธีที่ดีที่สุด
แค่เพียงความแตก ต่างในด้านสภาวะร่างกายตามธรรมชาติไม่ควรเป็นเหตุแห่งความรักที่แตกร้าวแต่อย่างใดเลย ผู้หญิงควรพยายามเรียนรู้ ผู้ชาย และผู้ชายก็ควรพยายามเข้าใจผู้หญิง
ตราบใดที่โลกเรายังดำรงอยู่ ความรักระหว่างชายหญิงก็ยังต้องมีอยู่เช่นเดียวกัน แม้จะมีชายหญิงหลายต่อหลายคนเปลี่ยนใจ ไปรักเพศเดียวกันมากมาย แต่ก็เป็นเพียงคนส่วนน้อย ไม่ว่าอย่างไร ความรักระหว่างชายหญิงก็จะต้องคงอยู่คู่โลกตลอดไป โดยไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลง
คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงทั้งหลายเคยสงสัยบ้างไหมว่า เจ้าอุปนิสัยและอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันเหล่านี้มีที่มาจาก อะไร
นอกจากการแสดงออกทางอุปนิสัยและอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันระหว่างหญิงชายแล้ว ในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงและ ผู้ชายก็มีความแตกต่างกันในการแสดงออกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีอารมณ์เพศ การเข้าถึงจุดสุดยอดหรือเรื่องอื่นๆ ผู้หญิงมักเกิดอารมณ์เพศยาก ธรรมชาติในเรื่องนี้ของชายและหญิงนั้นแทบจะตรงข้ามกันเลยทีเดียว นั่นคือ ผู้ชายจะเกิด อารมณ์เพศง่ายและเร็วโดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมารองรับ ผู้ชายสามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนไหนก็ได้โดย ไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยความรัก แต่ผู้หญิงนั้น ถ้าเธอจะมีอะไรกับใครสักคนแล้ว คนๆ นั้นจะต้องเป็นคนที่เธอรัก และ เธอจะคิดก่อนเสมอว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่เธอสมควรจะต้องมอบกายมอบใจให้กับเขา ด้วยสาเหตุนี้ ผู้หญิงจึงเกิดอารมณ์เพศยากและเกิดได้ช้า และด้วยเหตุนี้เช่นกัน ผู้หญิงจึงต้องการ "การเล้าโลม" (FOREPLAY) ก่อนการร่วมเพศเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ผู้ชายก็มักใจร้อนและชอบที่จะกระทำการด้วยความรวดเร็ว จึงไม่ อยากเสียเวลากับการเล้าโลม ปัญหานี้เป็นปัญหาที่คู่รักส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจออยู่เป็นประจำ ผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอดได้ยากและช้า ธรรมชาติของเพศหญิงต้องการเวลาในการสร้างอารมณ์เพศทีละนิด จนกระทั่งร่างกาย ได้รับการกระตุ้นไปจนถึงจุดสุดยอด การกระตุ้นที่จุดสัมผัสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกอด การสัมผัสลูบไล้ไปที่อวัยวะส่วนต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่ไวต่อความรู้สึก เช่น บริเวณต้นคอ เนินอก ซอกคอ หรือต้นขา ซึ่งควรต้องกระทำอย่างช้าๆ และเป็นจังหวะ แต่ผู้ชายนั้นจะถูกกระตุ้นได้ง่ายและรวดเร็วมากๆ ถึงขนาดที่ว่าเพียงแค่เห็นรูปถ่ายผู้หญิงที่แต่งตัววับๆ แวมๆ เท่านั้น ความ เป็นชายก็พลุ่งพล่านไปทั่วร่างแล้ว ซึ่งในผู้หญิงจะไม่ง่ายดายขนาดนี้ สิ่งที่ทำให้ชายและหญิงมีลักษณะเช่นนี้ นอกจากสภาวะร่างกายตามธรรมชาติที่แตกต่างของหญิงและชายแล้ว ยังเกี่ยวข้อง กับฮอร์โมนอีกด้วย ในร่างกายผู้ชายจะมีฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า "เทสโตสเตอโรน" (TESTOSTERONE) อยู่ ส่วนในร่างกายผู้หญิงมีฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า "เอสโตรเจน" (ESTROGEN) อยู่ แล้วฮอร์โมนทั้งสอง ชนิดนี้คืออะไร ฮอร์โมน "เทสโตสเตอโรน" เป็นฮอร์โมนเพศชาย จะถูกผลิตขึ้นที่บริเวณลูกอัณฑะเป็นส่วนใหญ่ และส่วนน้อยผลิตจากต่อม หมวกไตและรังไข่ ซึ่งก็หมายถึงว่า ฮอร์โมนชนิดนี้ก็มีในเพศหญิงด้วยเช่นกันแต่เป็นจำนวนที่น้อยกว่า หน้าที่ของฮอร์โมนเท สโตสเตอโรน คือทำให้เกิดลักษณะของความเป็นชายขึ้น เช่น มีหนวดเครา ขนหน้าแข้ง เสียงที่แหบห้าว หรือมีกล้ามเนื้อเกิด ขึ้น และที่สำคัญ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศให้กับเพศชาย ในเพศหญิงฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนจะไม่ส่งผลให้ เกิดลักษณะเฉพาะความเป็นชายแต่อย่างใด แต่มีหน้าที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้เกิดกับผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้น ที่ผู้หญิงมี อารมณ์ความรู้สึกทางเพศน้อยกว่าผู้ชายก็เพราะว่ามีฮอร์โมนตัวนี้น้อยกว่านั่นเอง ส่วนในผู้หญิงนั้น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน "เอสโตรเจน" ออกมาจากรังไข่ ฮอร์โมนชนิดนี้ส่งผลให้ เกิดพัฒนาการทางร่างกายด้านต่างๆ ในเพศหญิง เช่น เต้านมโตขึ้น เอวคอด สะโพกผาย ต้นขากลม มีขนขึ้นที่บริเวณอวัยวะ เพศหญิง การทำงานของรังไข่จะอยู่ภายใต้การทำงานของต่อมใต้สมอง และการทำงานของต่อมใต้สมองก็จะอยู่ภายใต้การ ควบคุมของศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองอีกที ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเพศหญิงมีอารมณ์และความรู้สึกต่อความรักลึกซึ้ง กว่าเพศชาย ด้วยสาเหตุดังกล่าว ความรักของผู้ชายจึงเกี่ยวพันกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างแยกแยะไม่ออก ส่วนความรักของผู้หญิงก็เน้นไป ที่อารมณ์ ความรู้สึก ความรักและความผูกพันเป็นหลัก เท่ากับว่า เจ้าฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนและฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นตัว ที่สร้างความแตกต่างในการแสดงพฤติกรรมทางเพศ อุปนิสัยบางประการ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ของทั้งชายและ หญิงนั่นเอง การทำความเข้าใจในเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของชีวิตคู่ระหว่างหญิงชาย การเอาแต่โยนความผิดกันไป มาไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้เลย
การร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยการพบกันครึ่งทางคือวิธีที่ดีที่สุด
แค่เพียงความแตก ต่างในด้านสภาวะร่างกายตามธรรมชาติไม่ควรเป็นเหตุแห่งความรักที่แตกร้าวแต่อย่างใดเลย ผู้หญิงควรพยายามเรียนรู้ ผู้ชาย และผู้ชายก็ควรพยายามเข้าใจผู้หญิง
ตราบใดที่โลกเรายังดำรงอยู่ ความรักระหว่างชายหญิงก็ยังต้องมีอยู่เช่นเดียวกัน แม้จะมีชายหญิงหลายต่อหลายคนเปลี่ยนใจ ไปรักเพศเดียวกันมากมาย แต่ก็เป็นเพียงคนส่วนน้อย ไม่ว่าอย่างไร ความรักระหว่างชายหญิงก็จะต้องคงอยู่คู่โลกตลอดไป โดยไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลง
บุพเพสันนิวาส
ผมไปเป็นวิทยากรอบรมสัมมนาตามองค์กรและบริษัทต่างๆ มากมาย มักจะได้รับคำถามส่วนตัวซึ่งคนถามมักเป็นผู้หญิงถามเข้ามาว่า ทำไมเขาจึงไม่มีแฟนสักที ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นคนดี มีการศึกษาดี การงานดี ฐานะดี นิสัยดี ใครๆ ก็ชมว่ารูปร่างหน้าตาก็ดีด้วย แต่ไม่มีคนมาชอบแบบแฟนสักที
ผมถามว่าเธอมีมาตรฐานของชายในฝันสูงไปหรือเปล่า ?
เธอบอกว่าลดลงมามากแล้ว ต้องการเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆ ที่มีอนาคตบ้างมารักเธอ และเธอก็จะรักตอบ แต่ถ้าถามให้ลึกลงไปอีกว่า ไม่เคยมีใครมาชอบจริงๆ เลยหรือ ก็มักได้คำตอบว่า มีบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าท่า และเธอก็ไม่รักตอบ ผมเห็นใจทั้งคนที่มารักเธอและเห็นใจที่เธอไม่รักตอบ เรียกว่ามันไม่ลงเอยกัน ที่ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า ไม่ปิ๊งกันนั่นเอง แม้ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่ลงเอย เคยมีพ่อสื่อแม่ชักพยายามจะชักนำชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีคุณสมบัติดีๆ พอๆ กัน ให้พบกัน หวังว่าให้รักกัน แต่งงานกัน เพื่อให้สมปรารถนาของพ่อแม่และคนทั้งคู่ มองดูผิวเผินก็น่าจะตกลงใจกันได้ แต่พอพบกันจริงๆ ก็ไม่ตกลงกันอยู่ดี เพราะใจไม่รักกัน จึงทำให้เกิดความลังเล ไม่ถึงกับรังเกียจ แต่ก็ไม่อยากอยู่ใกล้แบบแฟน เรื่องการมีคู่ครอง มีความรักซึ่งกันและกันนี้ เป็นปัญหาใหญ่ที่มนุษย์ให้ความสำคัญและสนใจมาก บางคนก็หาได้สมใจ มีความสุขไป บางคนก็หาไม่ได้สมใจ ไม่มีความสุขเลย บางคนหาไม่ได้เลย ซึ่งบางคนก็บอกว่าสมใจที่หาไม่ได้ เพราะไม่อยากมี แต่อีกหลายๆ คนบอกว่า เหมือนขาดอะไรไปสักอย่างในชีวิต เหตุการณ์หลายๆ อย่างของมนุษย์อธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ เช่น การมีลูก และบางอย่างก็อธิบายได้ตามหลักจิตวิเคราะห์ เช่น ทำไมนิสัยของลูกจึงแตกต่างกัน แต่ถ้าจะให้อธิบายว่า ทำไมคนบางคนจึงไม่สามารถหาคนมารักและรักตอบได้นั้น ผมก็พยายามหาคำตอบมาให้เหมือนกัน แต่ยังไม่ถูกใจที่สุดนัก เช่น อาจจะบอกว่าเป็นเพราะ…
· ตั้งความหวังสูงไป
· ไม่มีโอกาสพบปะบุคคลหลากหลาย
· ใจแคบ เข้มงวดกับตัวเองและคนอื่นมากไป
· รังเกียจเซ็กซ์ (ข้อนี้น่าจะตัดไปเพราะถ้าเขารู้ตัว เขาก็ไม่ต้องบ่นว่าต้องการแฟนหรอก)
· หน้าตาไม่ดี (คงไม่จริง ผมเคยเห็นคนพิการตาบอด มีแฟนสวยและเก่งด้วย)
· อายุมากไป (อายุมากก็หาคนอายุพอๆ กันก็ได้)
· ขาดความรักในใจ (น่าเป็นไปได้ เพราะถ้าขาดสิ่งนี้แล้ว คงรักคนอื่นไม่ได้ มีแต่อยากให้เขามารัก พอมีคนมารักก็หาทางติโน่นตินี่จนจากกันไป)
· ไม่อยากมีแฟน (มีทั้งพวกที่รู้ตัว เปิดเผยตัวเอง และพวกที่ไม่รู้ตัว ยังบอกว่าต้องการมีแฟนอยู่)
แต่มีอยู่คำหนึ่งที่ได้ยินมานานแล้ว ที่ถือว่าเป็นสาเหตุของการจะมีเนื้อคู่ ก็คือคำว่า "บุพเพสันนิวาส" คนรุ่นเก่ามักจะบอกว่า ถ้าเป็นเนื้อคู่กันมาก่อน มีบุพเพสันนิวาสร่วมกันมาก่อน ทำบุญร่วมกันมาตั้งแต่ปางก่อน ภพก่อน ก็จะทำให้เป็นเนื้อคู่กันอีก ได้รักกันอีกในชาตินี้ นั่นแสดงว่าผู้พูดเชื้อในเรื่องชาติก่อน ภพก่อน คำพูดเช่นนี้จะยิ่งทำให้คนที่มีแฟน มีความรักอยู่แล้ว มีความสุขยิ่งขึ้น แต่คนที่ยังหาแฟนไม่ได้ก็จะยิ่งทุกข์มากขึ้น แสดงว่าชาติก่อน ภพก่อน ไม่มีเนื้อคู่ ชาตินี้ก็ไม่มีอีก แล้วชาติหน้าเล่า ถ้าจะต้องเกิดอีกก็คงจะไม่มีแฟนอีกแน่ๆ เลย หลายๆ คนห่อเหี่ยวมาก แล้วมาถามผมว่าควรจะเชื่อได้ไหม ? ผมก็ตอบว่า ความเชื่อกับความจริงนั้นต่างกัน ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วก็ไม่ต้องเชื่อหรอก ยอมรับไปเลย เช่น คำกล่าวที่ว่า ชีวิตเรานั้นมีลักษณะเป็นไตรลักษณ์ทั้งนั้น คือมีความไม่แน่นอน เป็นทุกข์ และยึดถือไม่ได้ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) พูดทีไรก็ถูกทุกที จริงทุกที ก็ยอมรับไปเลย ไม่ต้องใช้คำว่า "เชื่อ" ส่วนที่เป็นความเชื่อนั้นมักจะยังไม่จริง หรือถ้าจะจริงก็เป็นความจริงแบบสมมติ (สมมติสัจจะ) จึงมีการพูดถึงเรื่องความเชื่อในเรื่องชาติภพก่อนหรือชาติภพหน้า ถ้าจะเอาให้แน่ใจว่ามีจริงไหม ก็ต้องตอบว่า เป็นเรื่องอนิจจังและอนันตา คือไม่แน่นอนและยึดถือไม่ได้ แต่ผมคิดว่าถ้าความเชื่อใดนำมาซึ่งความสร้างสรรค์แล้วจงเชื่อเถิด และไม่ต้องพิสูจน์ด้วยว่าจะจริงไหม เพราะไม่มีการพิสูจน์ได้ เสียเวลาด้วย เอาผลของความเชื่อมาใช้ดีกว่า เช่น ถ้าจะเชื่อว่าชีวิตของเราส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำความดี (บารมี) หรือทำสิ่งไม่ดี (วิบากกรรม) มาตั้งแต่ชาติก่อน ตามมาถึงชาตินี้ ใช่ไหม ผมก็ตอบว่า ถ้าจะเชื่อก็ไม่ผิดหรอก จงเชื่อไปเถิด สร้างสรรค์ด้วย เพราะเราจะได้รีบทำความดี (บารมี) มากขึ้นในชาตินี้ เพื่อที่จะได้หวังว่าเกิดใหม่จะได้ดีกว่านี้อีก ความดีก็ทำให้มนุษย์ในชาตินี้ ขณะนี้ อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้นทั้งตัวเองและคนอื่น จะเกิดใหม่จริงหรือไม่ก็เป็นอนิจจังและอนัตตา แต่เราก็ทำประโยชน์มากขึ้นและคนอื่นก็เป็นสุขมากขึ้น เช่นเดียวกับคำว่า "บุพเพสันนิวาส" ถ้าจะเชื่อก็ไม่ผิดกติกา อะไรหรอก นึกเสียว่าที่เราหาแฟนไม่ได้ในชาตินี้ เป็นเพราะไม่มีบุพเพสันนิวาสกันมาแต่ชาติก่อน จะได้ถ่อมตัว ถ่อมใจ ไม่ทุกข์มากนัก และเร่งขวนขวายทำความดีมากขึ้น ช่วยตัวเองให้ได้มากขึ้น ช่วยมนุษย์คนอื่นๆ มากขึ้นและรักมนุษย์คนอื่นๆ ให้มากขึ้น คงจะมีคนที่เป็นแบบนี้ที่ยังหาคู่ดีๆ ไม่ได้เช่นกัน และลงมือทำบารมีดีๆ เช่นเดียวกันตามความเชื่อนี้ด้วย ผมเชื่อว่าความดีเป็นกระแส ความดีเป็นของไหลที่มีคุณสมบัติไม่ปะปนกับสิ่งไม่ดี ความดีของแต่ละคนคงจะไหลมารวมกันได้บ้างตั้งแต่บัดนี้ อาจจะทำให้เราได้พบคนที่ดีๆ มีจิตใจดี เริ่มมีบุพเพสันนิวาสในชาตินี้ และต่อเนื่องไปชาติหน้าก็ได้ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้แน่ๆ ถ้าจะถามว่าจริงหรือ ? ก็ต้องตอบว่าเป็นอนิจจังและอนัตตาอีกนั่นแหละ แต่ด้วยความเชื่อนี้ก็จะทำให้เราทำตัวให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม บุคคลอื่น มีความสุขมากขึ้น และเราก็มีความหวังมากขึ้น จิตใจก็เบิกบาน หน้าตาแจ่มใส และเป็นคนดีมีคุณประโยชน์มากขึ้นด้วย ถ้าคนที่ขาดในสิ่งเดียวกัน (คือเนื้อคู่) มาพบกับคนที่ดีๆ จิตใจเบิกบาน หน้าตาแจ่มใส มีคุณประโยชน์ต่อสังคมคล้ายๆ กับเขา มีหรือที่จะไม่สนใจซึ่งกันและกัน มีความเป็นไปได้สูงที่จะรักกันได้ เป็นคู่กันได้ และถึงแม้จะไม่ได้พบเนื้อคู่จริงๆ เลยในชาตินี้ก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้ทำหน้าที่ของมนุษย์ครบถ้วนแล้ว อย่ากลัวว่าชาตินี้ไม่มีเนื้อคู่ ชาติหน้าจะหาคู่ไม่ได้เลย เพราะรู้ๆ อยู่แล้วว่าทุกอย่างเป็นอนิจจังและอนัตตาทั้งสิ้น มาตั้งความเชื่อให้สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ต่อไปดีกว่า และลงมือทำตามความเชื่อที่ดีๆ นั้นไปด้วย โดยไม่ต้องหาทางพิสูจน์หรือเถียงกันให้เกิดความแตกแยก เสียเวลา หรือดูถูกซึ่งกันและกันเลย จะได้ไม่เสียทีที่เกิดในชาตินี้นะครับ จงเริ่มลงมือทำตามความเชื่อที่ดีๆ ตั้งแต่วันนี้เลย ไม่มีคำว่าสายไปหรือช้าไปสำหรับการลงมือทำสิ่งดีๆ และสร้างสรรค์หรอก ทุกวันเป็นวันใหม่ที่ดีๆ สำหรับชีวิตที่ดีขึ้นเสมอ จงอวยพรตัวเองให้มีกำลังใจและมีความสุขซิครับ แล้วคุณจะมีกำลังใจและมีความสุขตลอดไปทุกๆ วัน ในทุกๆ ปี และเริ่มลงมือทำสิ่งที่ดีดังกล่าวแล้วด้วย บารมีและบุพเพสันนิวาสจะเกิดได้ทุกวัน และทุกที่ที่ผ่านไปเช่นกัน ชีวิตของคุณจะเป็นชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นและใหม่เสมอตลอดไป
ผมถามว่าเธอมีมาตรฐานของชายในฝันสูงไปหรือเปล่า ?
เธอบอกว่าลดลงมามากแล้ว ต้องการเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆ ที่มีอนาคตบ้างมารักเธอ และเธอก็จะรักตอบ แต่ถ้าถามให้ลึกลงไปอีกว่า ไม่เคยมีใครมาชอบจริงๆ เลยหรือ ก็มักได้คำตอบว่า มีบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าท่า และเธอก็ไม่รักตอบ ผมเห็นใจทั้งคนที่มารักเธอและเห็นใจที่เธอไม่รักตอบ เรียกว่ามันไม่ลงเอยกัน ที่ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า ไม่ปิ๊งกันนั่นเอง แม้ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่ลงเอย เคยมีพ่อสื่อแม่ชักพยายามจะชักนำชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีคุณสมบัติดีๆ พอๆ กัน ให้พบกัน หวังว่าให้รักกัน แต่งงานกัน เพื่อให้สมปรารถนาของพ่อแม่และคนทั้งคู่ มองดูผิวเผินก็น่าจะตกลงใจกันได้ แต่พอพบกันจริงๆ ก็ไม่ตกลงกันอยู่ดี เพราะใจไม่รักกัน จึงทำให้เกิดความลังเล ไม่ถึงกับรังเกียจ แต่ก็ไม่อยากอยู่ใกล้แบบแฟน เรื่องการมีคู่ครอง มีความรักซึ่งกันและกันนี้ เป็นปัญหาใหญ่ที่มนุษย์ให้ความสำคัญและสนใจมาก บางคนก็หาได้สมใจ มีความสุขไป บางคนก็หาไม่ได้สมใจ ไม่มีความสุขเลย บางคนหาไม่ได้เลย ซึ่งบางคนก็บอกว่าสมใจที่หาไม่ได้ เพราะไม่อยากมี แต่อีกหลายๆ คนบอกว่า เหมือนขาดอะไรไปสักอย่างในชีวิต เหตุการณ์หลายๆ อย่างของมนุษย์อธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ เช่น การมีลูก และบางอย่างก็อธิบายได้ตามหลักจิตวิเคราะห์ เช่น ทำไมนิสัยของลูกจึงแตกต่างกัน แต่ถ้าจะให้อธิบายว่า ทำไมคนบางคนจึงไม่สามารถหาคนมารักและรักตอบได้นั้น ผมก็พยายามหาคำตอบมาให้เหมือนกัน แต่ยังไม่ถูกใจที่สุดนัก เช่น อาจจะบอกว่าเป็นเพราะ…
· ตั้งความหวังสูงไป
· ไม่มีโอกาสพบปะบุคคลหลากหลาย
· ใจแคบ เข้มงวดกับตัวเองและคนอื่นมากไป
· รังเกียจเซ็กซ์ (ข้อนี้น่าจะตัดไปเพราะถ้าเขารู้ตัว เขาก็ไม่ต้องบ่นว่าต้องการแฟนหรอก)
· หน้าตาไม่ดี (คงไม่จริง ผมเคยเห็นคนพิการตาบอด มีแฟนสวยและเก่งด้วย)
· อายุมากไป (อายุมากก็หาคนอายุพอๆ กันก็ได้)
· ขาดความรักในใจ (น่าเป็นไปได้ เพราะถ้าขาดสิ่งนี้แล้ว คงรักคนอื่นไม่ได้ มีแต่อยากให้เขามารัก พอมีคนมารักก็หาทางติโน่นตินี่จนจากกันไป)
· ไม่อยากมีแฟน (มีทั้งพวกที่รู้ตัว เปิดเผยตัวเอง และพวกที่ไม่รู้ตัว ยังบอกว่าต้องการมีแฟนอยู่)
แต่มีอยู่คำหนึ่งที่ได้ยินมานานแล้ว ที่ถือว่าเป็นสาเหตุของการจะมีเนื้อคู่ ก็คือคำว่า "บุพเพสันนิวาส" คนรุ่นเก่ามักจะบอกว่า ถ้าเป็นเนื้อคู่กันมาก่อน มีบุพเพสันนิวาสร่วมกันมาก่อน ทำบุญร่วมกันมาตั้งแต่ปางก่อน ภพก่อน ก็จะทำให้เป็นเนื้อคู่กันอีก ได้รักกันอีกในชาตินี้ นั่นแสดงว่าผู้พูดเชื้อในเรื่องชาติก่อน ภพก่อน คำพูดเช่นนี้จะยิ่งทำให้คนที่มีแฟน มีความรักอยู่แล้ว มีความสุขยิ่งขึ้น แต่คนที่ยังหาแฟนไม่ได้ก็จะยิ่งทุกข์มากขึ้น แสดงว่าชาติก่อน ภพก่อน ไม่มีเนื้อคู่ ชาตินี้ก็ไม่มีอีก แล้วชาติหน้าเล่า ถ้าจะต้องเกิดอีกก็คงจะไม่มีแฟนอีกแน่ๆ เลย หลายๆ คนห่อเหี่ยวมาก แล้วมาถามผมว่าควรจะเชื่อได้ไหม ? ผมก็ตอบว่า ความเชื่อกับความจริงนั้นต่างกัน ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วก็ไม่ต้องเชื่อหรอก ยอมรับไปเลย เช่น คำกล่าวที่ว่า ชีวิตเรานั้นมีลักษณะเป็นไตรลักษณ์ทั้งนั้น คือมีความไม่แน่นอน เป็นทุกข์ และยึดถือไม่ได้ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) พูดทีไรก็ถูกทุกที จริงทุกที ก็ยอมรับไปเลย ไม่ต้องใช้คำว่า "เชื่อ" ส่วนที่เป็นความเชื่อนั้นมักจะยังไม่จริง หรือถ้าจะจริงก็เป็นความจริงแบบสมมติ (สมมติสัจจะ) จึงมีการพูดถึงเรื่องความเชื่อในเรื่องชาติภพก่อนหรือชาติภพหน้า ถ้าจะเอาให้แน่ใจว่ามีจริงไหม ก็ต้องตอบว่า เป็นเรื่องอนิจจังและอนันตา คือไม่แน่นอนและยึดถือไม่ได้ แต่ผมคิดว่าถ้าความเชื่อใดนำมาซึ่งความสร้างสรรค์แล้วจงเชื่อเถิด และไม่ต้องพิสูจน์ด้วยว่าจะจริงไหม เพราะไม่มีการพิสูจน์ได้ เสียเวลาด้วย เอาผลของความเชื่อมาใช้ดีกว่า เช่น ถ้าจะเชื่อว่าชีวิตของเราส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำความดี (บารมี) หรือทำสิ่งไม่ดี (วิบากกรรม) มาตั้งแต่ชาติก่อน ตามมาถึงชาตินี้ ใช่ไหม ผมก็ตอบว่า ถ้าจะเชื่อก็ไม่ผิดหรอก จงเชื่อไปเถิด สร้างสรรค์ด้วย เพราะเราจะได้รีบทำความดี (บารมี) มากขึ้นในชาตินี้ เพื่อที่จะได้หวังว่าเกิดใหม่จะได้ดีกว่านี้อีก ความดีก็ทำให้มนุษย์ในชาตินี้ ขณะนี้ อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้นทั้งตัวเองและคนอื่น จะเกิดใหม่จริงหรือไม่ก็เป็นอนิจจังและอนัตตา แต่เราก็ทำประโยชน์มากขึ้นและคนอื่นก็เป็นสุขมากขึ้น เช่นเดียวกับคำว่า "บุพเพสันนิวาส" ถ้าจะเชื่อก็ไม่ผิดกติกา อะไรหรอก นึกเสียว่าที่เราหาแฟนไม่ได้ในชาตินี้ เป็นเพราะไม่มีบุพเพสันนิวาสกันมาแต่ชาติก่อน จะได้ถ่อมตัว ถ่อมใจ ไม่ทุกข์มากนัก และเร่งขวนขวายทำความดีมากขึ้น ช่วยตัวเองให้ได้มากขึ้น ช่วยมนุษย์คนอื่นๆ มากขึ้นและรักมนุษย์คนอื่นๆ ให้มากขึ้น คงจะมีคนที่เป็นแบบนี้ที่ยังหาคู่ดีๆ ไม่ได้เช่นกัน และลงมือทำบารมีดีๆ เช่นเดียวกันตามความเชื่อนี้ด้วย ผมเชื่อว่าความดีเป็นกระแส ความดีเป็นของไหลที่มีคุณสมบัติไม่ปะปนกับสิ่งไม่ดี ความดีของแต่ละคนคงจะไหลมารวมกันได้บ้างตั้งแต่บัดนี้ อาจจะทำให้เราได้พบคนที่ดีๆ มีจิตใจดี เริ่มมีบุพเพสันนิวาสในชาตินี้ และต่อเนื่องไปชาติหน้าก็ได้ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้แน่ๆ ถ้าจะถามว่าจริงหรือ ? ก็ต้องตอบว่าเป็นอนิจจังและอนัตตาอีกนั่นแหละ แต่ด้วยความเชื่อนี้ก็จะทำให้เราทำตัวให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม บุคคลอื่น มีความสุขมากขึ้น และเราก็มีความหวังมากขึ้น จิตใจก็เบิกบาน หน้าตาแจ่มใส และเป็นคนดีมีคุณประโยชน์มากขึ้นด้วย ถ้าคนที่ขาดในสิ่งเดียวกัน (คือเนื้อคู่) มาพบกับคนที่ดีๆ จิตใจเบิกบาน หน้าตาแจ่มใส มีคุณประโยชน์ต่อสังคมคล้ายๆ กับเขา มีหรือที่จะไม่สนใจซึ่งกันและกัน มีความเป็นไปได้สูงที่จะรักกันได้ เป็นคู่กันได้ และถึงแม้จะไม่ได้พบเนื้อคู่จริงๆ เลยในชาตินี้ก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้ทำหน้าที่ของมนุษย์ครบถ้วนแล้ว อย่ากลัวว่าชาตินี้ไม่มีเนื้อคู่ ชาติหน้าจะหาคู่ไม่ได้เลย เพราะรู้ๆ อยู่แล้วว่าทุกอย่างเป็นอนิจจังและอนัตตาทั้งสิ้น มาตั้งความเชื่อให้สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ต่อไปดีกว่า และลงมือทำตามความเชื่อที่ดีๆ นั้นไปด้วย โดยไม่ต้องหาทางพิสูจน์หรือเถียงกันให้เกิดความแตกแยก เสียเวลา หรือดูถูกซึ่งกันและกันเลย จะได้ไม่เสียทีที่เกิดในชาตินี้นะครับ จงเริ่มลงมือทำตามความเชื่อที่ดีๆ ตั้งแต่วันนี้เลย ไม่มีคำว่าสายไปหรือช้าไปสำหรับการลงมือทำสิ่งดีๆ และสร้างสรรค์หรอก ทุกวันเป็นวันใหม่ที่ดีๆ สำหรับชีวิตที่ดีขึ้นเสมอ จงอวยพรตัวเองให้มีกำลังใจและมีความสุขซิครับ แล้วคุณจะมีกำลังใจและมีความสุขตลอดไปทุกๆ วัน ในทุกๆ ปี และเริ่มลงมือทำสิ่งที่ดีดังกล่าวแล้วด้วย บารมีและบุพเพสันนิวาสจะเกิดได้ทุกวัน และทุกที่ที่ผ่านไปเช่นกัน ชีวิตของคุณจะเป็นชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นและใหม่เสมอตลอดไป
ความรัก…ฐานรากของชีวิตคู่
คนเรานั้นเกิดมาเพื่อที่จะแสวงหาใครสักคนมาเป็นคู่ครอง คู่คิด และคู่ชีวิต หลายต่อหลายคู่ประสบความสำเร็จในการนำพาเอานาวารักฝ่าคลื่นลมและมรสุมต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคู่จนบรรลุฝั่งฝันที่ปรารถนา เหมือนดังคำที่ผู้ใหญ่อวยพรว่า …ขอให้อยู่ด้วยกันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร แต่หลายต่อหลายคู่นาวารักก็อับปางลงกลางมหานทีท่ามกลางพายุร้ายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคู่ และไม่สามารถที่จะประสานสัมพันธ์กันจนฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้ จากกันไปด้วยคำอธิบายง่ายๆ ว่า …เราไปด้วยกันไม่ได้
ชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจกันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตสุขสมราบรื่น คนสองคนที่มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจะต้องพยายามเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้อภัยกันในยามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรที่ผิดพลาดลงไป การคำนึงถึงประโยชน์ของคนที่ตนรักเป็นลำดับแรก… จึงเป็นความรักที่สามารถมอบให้แก่กันตลอดเวลา ต่างจากการต้องการให้คนรักทำอะไรให้ ซึ่งเป็นความรักในรูปแบบที่ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่เป็นผู้ใหญ่ คิดถึงตนเองก่อน โดยแบบนี้เมื่อไม่ได้ดังที่หวังก็จะเกิดการผิดหวังและขาดรัก อันนำไปสู่พฤติกรรมตามมาซึ่งจะทำให้ชีวิตคู่ต้องอับปาง เพราะการมีรักแท้นั้น เมื่อมีแล้วจะบังเกิดความสุขที่ได้ทำอะไรบางสิ่งบางอย่างให้คนที่ตนรัก โดยไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมานอกจาก… ความรัก
ในรักแท้นั้น เมื่อให้ความรักไป…ก็จะได้ความรักมา แต่ในความหลงนั้น จะเป็นความหลงที่อยากได้แต่ความรักจากคนรัก แต่ไม่ได้ให้ความรักตอบแทนกลับไป เมื่อความหลงหมดไปและยังไม่มีความรักกลับมา สัมพันธ์ที่เปราะบางซึ่งอยู่บนฐานรากของความหลงก็ย่อมจะสิ้นสุดลงไป ความรักนั้นแสดงออกได้ในหลายรูปแบบ และคนที่มีชีวิตคู่ร่วมกันนั้น จะต้องพยายามที่จะแสดงความรักออกมาในรูปแบบที่คนรักอยากได้ อย่างน้อยก็ต้องแสดงความพยายามที่จะแสดงความรักออกมา!! ลองมาพิจารณาวิธีการแสดงความรักในแบบต่างๆ กันดูไหมว่า ควรจะแสดงความรักที่มีต่อกันแบบไหนดี
1. ความรักในรูปแบบที่ต้องการการสัมผัส
เป็นความรักของหนุ่มสาวที่โหยหาการสัมผัสทางกายต่อกัน สานสร้างสัมพันธ์จากการมีสัมพันธ์สวาททางกาย เพื่อที่จะสุขสมร่วมกัน อยากที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา อยากจะสัมผัสร่างกายของกันและกัน ด้วยความคิดว่าจะสามารถ่ายทอดความรักให้แก่กันได้จากการร่วมรัก… กามารมณ์จึงเป็นฐานรากของชีวิตคู่ในระยะแรกของความสัมพันธ์ กามารมณ์เป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้ เป็นสีสันแห่งความรักของหนุ่มสาวที่แรกรักกัน แต่ชีวิตคู่ที่ยืนยาวนั้น จะต้องมีการพัฒนาความรักไปให้มากกว่านั้น
2. ความรักแบบโรแมนติก
กล่าวกันว่า ความรักของผู้หญิงนั้นเป็นแบบ "โรแมนติก" แต่ความรักของผู้ชายเป็นแบบ "อีโรติก" ในการมีความสัมพันธ์กันนั้น ผู้หญิงจะคิดถึงการแสดงความรักด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ชายจะคิดถึงบทพิศวาสในรูปแบบของอีโรติกมากกว่า ผู้หญิงจึงต้องมีความรักเป็นรากฐานก่อนที่จะมีอารมณ์พิศวาสและสุขสมจากบทพิศวาสที่มอบให้แก่กัน ส่วนผู้ชายนั้น จะอยากระบายความรักออกไปผ่านการร่วมรักที่อบอุ่นและสุขสม ด้วยความอยากที่จะระบายความรักออกไปนี่แหละที่ทำให้ท่วงท่าลีลารักของพวกเขาเร่าร้อน ดุดัน และหลั่งเร็ว หลั่งเร็ว…จึงเป็นปัญหาของผู้ชายเกือบทุกคน ไปไม่ถึงจุดสุดยอด… จึงเป็นปัญหาของผู้หญิงเกือบทุกคนเช่นกัน เมื่อผ่านความรักแบบโรแมนติค และอีโรติกไปแล้ว ความรักในแบบต้องการใช้ชีวิตร่วมกันก็มาเยือน
3. ความรักแบบต้องการครองคู่
การอยู่ร่วมกันเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งยวดของชายและหญิงที่รักกันและอยากสร้างครอบครัวร่วมกัน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำอะไรร่วมกัน มีพันธะผูกพันกัน อยากเห็นกันตลอดเวลาที่มีโอกาส แต่หลายต่อหลายคู่ กลายเป็นความรักที่พึ่งพาไป และรู้สึกเหมือนจะขาดกันไปไม่ได้ ซึ่งก็จำเป็นต้องปรับปรุงเพราะในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้น ความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันตลอดเวลานั้น…เป็นไปไม่ได้ จึงต้องมีการพัฒนาความรักต่อไปเป็นความรักในรูปแบบที่ผูกพันแต่ไม่พึ่งพา
4. ความรักแบบสัญญาใจ
เป็นความรักแบบเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ผูกพันกัน โดยไม่ต้องพึ่งพา แม้ว่าจะไม่มีคนรักอยู่ข้างกายก็เหมือนมี ไม่มีความรู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่เดียวดายหรือถูกทอดทิ้ง เพราะมีอีกคนอยู่เสมอในใจที่แสนจะเป็นสุขเพราะมีคู่ชีวิตที่มีสัญญาใจต่อกัน สัญญาว่า…เราจะครองคู่กันไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งกาลเวลา
คู่ครองในฝัน…ที่เป็นจริง
ชายหญิงใดที่สามารถแสดงความรักออกได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและวัยที่เปลี่ยนแปลงย่อมจะมีชีวิตคู่ที่เป็นสุข เพราะตามธรรมชาติแล้วถ้าจะเปรียบชีวิตคู่เหมือนดอกกุหลาบ… ชีวิตคู่ในระยะแรก ก็ร้อนแรงเช่นเดียวกับกุหลาบแดง…ที่แจ้งรักนั่นเอง ต่อเมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว ความรักในรูปแบบของความสัมพันธ์ฉันเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจก็จะเกิดขึ้น ชีวิตคู่ในระยะกลางๆ จึงเหมือนดอกกุหลาบสีชมพู ที่งามสดใส มองแล้วมีความสุข ซึ่งถ้าอยากให้ชีวิตคู่ราบรื่นต่อไปแล้วก็จะต้องพัฒนาต่อไปให้เป็นดอกกุหลาบสีขาว… ตัวแทนของความบริสุทธิ์ มีแต่ความบริสุทธิ์ใจมอบให้แก่กัน และจำไว้เสมอว่า
สำหรับผู้หญิงนั้น…ชายในฝันของเธอน่าจะมีคุณสมบัติดังนี้
· เป็นพ่อของลูก เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เป็นแฟมิลีแมนที่ดูแลครอบครัว และทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเขา
· เป็นคนที่มอบความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคงอย่างจริงใจต่อเธออย่างสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป
· เลี้ยงดูอุปการะเธอ ดูแลเธอยามเจ็บไข้ได้ป่วย ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ
ส่วนผู้หญิงในฝันที่ผู้ชายอยากจะได้มาเป็นคู่ชีวิตนั้น คุณสมบัติต่อไปนี้น่าจะเป็นที่ผู้ชายทั่วไปอยากจะได้และอยากจะมี
· เป็นแม่ของลูก เป็นผู้หญิงที่เขาสามารถพาไปไหนต่อไหนได้ สามารถยืนเคียงข้างกับเขาทั้งในยามสุขและยามทุกข์
· เป็นคนที่คอยปลอบอกปลอบใจเขายามผิดหวัง ให้กำลังใจเขาในการที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตต่อไป
· เป็นคนที่สามารถร่วมรักกับเขาได้อย่างสุขสม เพราะเขาบอกรักผ่านการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทางกายนั้น กับผู้หญิงคนที่เขารักและรักเขาเสมอ และเมื่อเกิดความสุขสมแล้ว ความรักของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
ลองพิจารณาดูการแสดงความรักต่อกันและพยายามเป็นคู่ครองในฝันของกันและกันให้ได้ เพราะชีวิตคู่สุขสมนั้นมักจะ…ยืนยาวและสุขภาพดี!
ชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจกันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตสุขสมราบรื่น คนสองคนที่มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจะต้องพยายามเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้อภัยกันในยามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรที่ผิดพลาดลงไป การคำนึงถึงประโยชน์ของคนที่ตนรักเป็นลำดับแรก… จึงเป็นความรักที่สามารถมอบให้แก่กันตลอดเวลา ต่างจากการต้องการให้คนรักทำอะไรให้ ซึ่งเป็นความรักในรูปแบบที่ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่เป็นผู้ใหญ่ คิดถึงตนเองก่อน โดยแบบนี้เมื่อไม่ได้ดังที่หวังก็จะเกิดการผิดหวังและขาดรัก อันนำไปสู่พฤติกรรมตามมาซึ่งจะทำให้ชีวิตคู่ต้องอับปาง เพราะการมีรักแท้นั้น เมื่อมีแล้วจะบังเกิดความสุขที่ได้ทำอะไรบางสิ่งบางอย่างให้คนที่ตนรัก โดยไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรกลับคืนมานอกจาก… ความรัก
ในรักแท้นั้น เมื่อให้ความรักไป…ก็จะได้ความรักมา แต่ในความหลงนั้น จะเป็นความหลงที่อยากได้แต่ความรักจากคนรัก แต่ไม่ได้ให้ความรักตอบแทนกลับไป เมื่อความหลงหมดไปและยังไม่มีความรักกลับมา สัมพันธ์ที่เปราะบางซึ่งอยู่บนฐานรากของความหลงก็ย่อมจะสิ้นสุดลงไป ความรักนั้นแสดงออกได้ในหลายรูปแบบ และคนที่มีชีวิตคู่ร่วมกันนั้น จะต้องพยายามที่จะแสดงความรักออกมาในรูปแบบที่คนรักอยากได้ อย่างน้อยก็ต้องแสดงความพยายามที่จะแสดงความรักออกมา!! ลองมาพิจารณาวิธีการแสดงความรักในแบบต่างๆ กันดูไหมว่า ควรจะแสดงความรักที่มีต่อกันแบบไหนดี
1. ความรักในรูปแบบที่ต้องการการสัมผัส
เป็นความรักของหนุ่มสาวที่โหยหาการสัมผัสทางกายต่อกัน สานสร้างสัมพันธ์จากการมีสัมพันธ์สวาททางกาย เพื่อที่จะสุขสมร่วมกัน อยากที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา อยากจะสัมผัสร่างกายของกันและกัน ด้วยความคิดว่าจะสามารถ่ายทอดความรักให้แก่กันได้จากการร่วมรัก… กามารมณ์จึงเป็นฐานรากของชีวิตคู่ในระยะแรกของความสัมพันธ์ กามารมณ์เป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้ เป็นสีสันแห่งความรักของหนุ่มสาวที่แรกรักกัน แต่ชีวิตคู่ที่ยืนยาวนั้น จะต้องมีการพัฒนาความรักไปให้มากกว่านั้น
2. ความรักแบบโรแมนติก
กล่าวกันว่า ความรักของผู้หญิงนั้นเป็นแบบ "โรแมนติก" แต่ความรักของผู้ชายเป็นแบบ "อีโรติก" ในการมีความสัมพันธ์กันนั้น ผู้หญิงจะคิดถึงการแสดงความรักด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ชายจะคิดถึงบทพิศวาสในรูปแบบของอีโรติกมากกว่า ผู้หญิงจึงต้องมีความรักเป็นรากฐานก่อนที่จะมีอารมณ์พิศวาสและสุขสมจากบทพิศวาสที่มอบให้แก่กัน ส่วนผู้ชายนั้น จะอยากระบายความรักออกไปผ่านการร่วมรักที่อบอุ่นและสุขสม ด้วยความอยากที่จะระบายความรักออกไปนี่แหละที่ทำให้ท่วงท่าลีลารักของพวกเขาเร่าร้อน ดุดัน และหลั่งเร็ว หลั่งเร็ว…จึงเป็นปัญหาของผู้ชายเกือบทุกคน ไปไม่ถึงจุดสุดยอด… จึงเป็นปัญหาของผู้หญิงเกือบทุกคนเช่นกัน เมื่อผ่านความรักแบบโรแมนติค และอีโรติกไปแล้ว ความรักในแบบต้องการใช้ชีวิตร่วมกันก็มาเยือน
3. ความรักแบบต้องการครองคู่
การอยู่ร่วมกันเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งยวดของชายและหญิงที่รักกันและอยากสร้างครอบครัวร่วมกัน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำอะไรร่วมกัน มีพันธะผูกพันกัน อยากเห็นกันตลอดเวลาที่มีโอกาส แต่หลายต่อหลายคู่ กลายเป็นความรักที่พึ่งพาไป และรู้สึกเหมือนจะขาดกันไปไม่ได้ ซึ่งก็จำเป็นต้องปรับปรุงเพราะในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้น ความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันตลอดเวลานั้น…เป็นไปไม่ได้ จึงต้องมีการพัฒนาความรักต่อไปเป็นความรักในรูปแบบที่ผูกพันแต่ไม่พึ่งพา
4. ความรักแบบสัญญาใจ
เป็นความรักแบบเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ผูกพันกัน โดยไม่ต้องพึ่งพา แม้ว่าจะไม่มีคนรักอยู่ข้างกายก็เหมือนมี ไม่มีความรู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่เดียวดายหรือถูกทอดทิ้ง เพราะมีอีกคนอยู่เสมอในใจที่แสนจะเป็นสุขเพราะมีคู่ชีวิตที่มีสัญญาใจต่อกัน สัญญาว่า…เราจะครองคู่กันไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งกาลเวลา
คู่ครองในฝัน…ที่เป็นจริง
ชายหญิงใดที่สามารถแสดงความรักออกได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและวัยที่เปลี่ยนแปลงย่อมจะมีชีวิตคู่ที่เป็นสุข เพราะตามธรรมชาติแล้วถ้าจะเปรียบชีวิตคู่เหมือนดอกกุหลาบ… ชีวิตคู่ในระยะแรก ก็ร้อนแรงเช่นเดียวกับกุหลาบแดง…ที่แจ้งรักนั่นเอง ต่อเมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว ความรักในรูปแบบของความสัมพันธ์ฉันเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจก็จะเกิดขึ้น ชีวิตคู่ในระยะกลางๆ จึงเหมือนดอกกุหลาบสีชมพู ที่งามสดใส มองแล้วมีความสุข ซึ่งถ้าอยากให้ชีวิตคู่ราบรื่นต่อไปแล้วก็จะต้องพัฒนาต่อไปให้เป็นดอกกุหลาบสีขาว… ตัวแทนของความบริสุทธิ์ มีแต่ความบริสุทธิ์ใจมอบให้แก่กัน และจำไว้เสมอว่า
สำหรับผู้หญิงนั้น…ชายในฝันของเธอน่าจะมีคุณสมบัติดังนี้
· เป็นพ่อของลูก เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เป็นแฟมิลีแมนที่ดูแลครอบครัว และทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเขา
· เป็นคนที่มอบความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคงอย่างจริงใจต่อเธออย่างสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป
· เลี้ยงดูอุปการะเธอ ดูแลเธอยามเจ็บไข้ได้ป่วย ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ
ส่วนผู้หญิงในฝันที่ผู้ชายอยากจะได้มาเป็นคู่ชีวิตนั้น คุณสมบัติต่อไปนี้น่าจะเป็นที่ผู้ชายทั่วไปอยากจะได้และอยากจะมี
· เป็นแม่ของลูก เป็นผู้หญิงที่เขาสามารถพาไปไหนต่อไหนได้ สามารถยืนเคียงข้างกับเขาทั้งในยามสุขและยามทุกข์
· เป็นคนที่คอยปลอบอกปลอบใจเขายามผิดหวัง ให้กำลังใจเขาในการที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตต่อไป
· เป็นคนที่สามารถร่วมรักกับเขาได้อย่างสุขสม เพราะเขาบอกรักผ่านการมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทางกายนั้น กับผู้หญิงคนที่เขารักและรักเขาเสมอ และเมื่อเกิดความสุขสมแล้ว ความรักของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
ลองพิจารณาดูการแสดงความรักต่อกันและพยายามเป็นคู่ครองในฝันของกันและกันให้ได้ เพราะชีวิตคู่สุขสมนั้นมักจะ…ยืนยาวและสุขภาพดี!
เข้าใจผู้หญิง
เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก... บางอย่างยากที่จะเอ่ยจากปากให้ชายรู้ มีคนชอบกล่าวว่า ผู้หญิงมีหลายหน้า บางเวลาอาจเป็นเทพธิดา แต่บางเวลาอาจกลายเป็นนางมารร้ายขึ้นมา โดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งพระอุมาเทวี บางเวลายังอาจกลายเป็นนางกาลีไป ก็ได้ แต่นั่น ก็เป็นเพียงแค่คำร่ำลือ หรือเรื่องราวที่พูดกันต่อๆ มาเท่านั้น ไม่ได้มีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงใดๆมาพิสูจน์ ขณะเดียวกันก็ไม่ค่อยจะมีหลักฐานอะไรมาหักล้าง ความเชื่อเหล่านั้นเช่นกัน ตราบใดที่โลกเรายังคงดำรงอยู่ ไม่หยุดหมุน โลกเราก็ยังคงมีความรักระหว่างหนุ่มและสาว แม้ว่าจะน้อยลงทุกวัน เนื่องจากหลายคนเริ่มหันไปรักเพศเดียวกันเพราะเข้าใจกันมากกว่า แต่ความรักระหว่างผู้ชายและผู้หญิงก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไป และจำต้องมีความเข้าใจในกันและกันมากขึ้น และมากขึ้น เพราะความรักที่แท้จริงก็คือ การเข้าใจและให้อภัยในความผิดพลาดของกันและกัน รวมทั้งการพยายามปรับตัวเข้าหากันด้วย การเรียนรู้ซึ่งกันและกันจึงเป็นพื้นฐาน ของการใช้ชีวิตคู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้กระทั่งในตำราพิชัยสงครามของซุนวู ยังว่าไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งมาเริ่มเรียนรู้คุณผู้หญิงกันดูบ้างจะดีไหมครับ !! เริ่มจากกำจัดความเข้าใจผิดที่มีต่อกันและกันก่อน...ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง
· ผู้หญิงพอใจอะไรยาก ?
ผู้ชายมักจะชอบพูดถึงผู้หญิงในแง่นี้เสมอๆว่า เข้าใจยาก พอใจอะไรยาก ชอบเปลี่ยนใจง่าย บางคนถึงกับบอกว่า พวกเธอเปลี่ยนใจทุกวินาที วินาทีละหลายร้อยครั้ง ซึ่งน่าจะไม่เป็นจริง ที่จริงแล้ว ผู้หญิงมักจะพอใจอะไรที่ดีกว่า และอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าเดิม ของคนที่พวกเธอรัก ไม่ว่าจะเป็นสามี หรือลูกๆ เธอจึงดูเหมือนชอบ ขี้บ่น ติโน่น ติงนี่อยู่ตลอดเวลา... โดยเฉพาะหลังจากตกลงปลงใจว่า จะใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายคนนี้ คนที่เธอรัก เคยสังเกตไหมครับว่า ก่อนแต่งงาน ก่อนใช้ชีวิตคู่ ตอนรักกันใหม่ๆนั้น เธอไม่ค่อยติติงเท่าใด ก็เพราะเธอยังไม่แน่ใจว่าจะรักหรือตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตด้วยหรือไม่ แต่พอเธอแน่ใจแล้ว มั่นใจแล้ว เธอก็จะไม่เปลี่ยนใจรัก เธอจึงอยากให้คนที่เธอรักดีขึ้น... ตอนนั้นแหละเหมือนเธอเอาใจยากขึ้น ที่จริงตอนรักกันก็เอาใจยากอยู่แล้ว !! ...เพราะเธอต้องการอะไรที่ดีกว่าที่คุณเสนอ แต่ถ้าคุณเสนอสิ่งที่ดีที่สุดแก่เธอ... เธอจะรับโดยดี โดยไม่บ่นว่า ดังนั้น ถ้าคุณผู้ชายคนไหนยังคิดว่าแฟนของคุณพอใจอะไรยาก ก็แสดงว่าสิ่งที่คุณทำให้เธอยังไม่ดีพอ หรือไม่ใช่ที่เธอต้องการเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า เธอเอาใจยากเลย
· ผู้หญิงมักจะมีอารมณ์เพศยาก ?
จริงอยู่ ที่ผู้หญิงเกิดอารมณ์พิศวาสและไปถึงจุดสุดยอดได้ยาก และใช้เวลายาวนานกว่าผู้ชาย แต่ถ้าคุณผู้ชายเข้าใจเธอสักหน่อย คุณสามารถที่จะทำให้เธอมีอารมณ์พิศวาส และสามารถจะตอบสนองต่อคุณ เพื่อที่จะไปยังจุดหมายปลายทางที่ฝันรวมกันเอาไว้ นั่นก็คือ การให้ความรักแก่เธอให้มากๆ ให้เธอรับรู้ว่า คุณรักเธอคนเดียว ปรารถนาเธอคนเดียว และมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่คุณอยากจะแสดงความรัก ด้วยการมีสัมพันธ์สวาทกัน นั่นเป็นสิ่งที่สามารถจุดไฟปรารถนาของเธอให้คุโชนขึ้นง่ายที่สุด ผู้หญิงต้องเกิดความรักก่อน จึงจะเกิดอารมณ์เพศ และมีไฟปรารถนาที่จะร่วมรัก ผู้ชาย เมื่อได้ร่วมรักจนสุขสมแล้ว ก็จะรู้สึกผ่อนคลายหายเครียด แต่ผู้หญิง ต้องรู้สึกผ่อนคลายหายเครียดก่อน จึงอยากจะร่วมรัก ถ้าคุณผู้ชายสามารถทำให้เธอหายเครียดด้วยความรักของคุณที่มีต่อเธออารมณ์ปรารถนาของเธอ ก็จะเกิดขึ้น และร่วมรักกับคุณอย่างเป็นธรรมชาติ จนมีความสุขสมร่วมกันครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่มีวันเบื่อหน่าย
· ผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอดได้ยาก !
เป็นความจริงที่ผู้หญิงไปถึงดวงดาวได้ยาก และต้องใช้เวลานานมากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้ก็เพราะเธอต้องการเวลาในการค่อยๆเพิ่มอารมณ์เพศสักช่วงระยะหนึ่ง ก่อนที่ร่างกายของเธอจะได้รับการกระตุ้น จนไปถึงจุดสุดยอด ผู้หญิงต้องการกระตุ้นจุดสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการกอด สัมผัสลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆ ที่ยังไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์ปราการด่านสุดท้าย ที่ผู้ชายหวังจะโจมตี จนเมื่อเธอแสดงอาการว่า อยากให้สัมผัสส่วนนี้ของเธอแล้ว คุณค่อยเริ่มกระตุ้น และการกระตุ้นส่วนสงวนของเธอนั้น ก็ต้องใช้เทคนิคเช่นกัน ถ้าคุณจะใช้มือกระตุ้นให้เคลียเคล้าบริเวณข้างๆ ปากทางก่อน ค่อยไล่ลงมายังกลีบเนื้อที่ปิดปากถ้ำสวรรค์ไว้ แล้วค่อยไปยังปุ่มปมประสาทสัมผัสที่เรียกว่าคลิตอริส... อย่านะ อย่าใช้นิ้วมือคุณกดลงไปทันที เพราะจะทำให้เธอเจ็บจนหมดอารมณ์ที่จะเริงรักกับคุณ คุณต้องค่อยๆใช้นิ้วคุณวนๆ รอบๆ ปุ่มสัมผัสดังกล่าวก่อน จนแน่ใจว่าเธอมีอารมณ์มากแล้ว จึงค่อยๆ เน้นตรงจุดอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขอย้ำนะครับว่า ผู้หญิงนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ชอบอะไรที่สม่ำเสมอ มั่นคงและต่อเนื่อง... รวมทั้งการกระตุ้นให้เธอไปถึงดวงดาวด้วย ผู้หญิง ส่วนใหญ่ไปถึงจุดสุดยอดด้วยท่า "มิชชันนารี" เพราะร่างกายของฝ่ายชาย ที่ทานทับลงไปบนตัวเธอนั้น ทำให้เวลาที่เขาขยับส่วนนั้นของเขาเข้าออกเพื่อการสัมผัสรักกับเธอ ปุ่มคลิตอรัสจะได้รับการเสียดสีกับกระดูกหัวเหน่าของเขาเป็นการกระตุ้น ขณะเดียวกัน ปุ่มดังกล่าวก็จะมีการยืดขึ้นและหดลง ตามจังหวะของการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ที่เธอและเขาร่วมกันแสดงนั้น แล้วจะทำให้เธอไปถึงดวงดาวได้โดยง่าย
· ผู้หญิงต้องการเงินมากกว่าความรัก ?
ผู้ชายหลายราย มักจะมีความรู้สึกนึกคิดเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้ว ผู้หญิงหลายคนที่แม้ว่าร่างกายบางส่วนของเธอสามารถจะซื้อหาได้ด้วยเงินตรา แต่เธอก็ยังคงเหลือบางส่วนไว้ให้คนที่เธอรักเสมอ... สงสัยไหมครับ บทสัมภาษณ์ผู้หญิงขายบริการคนหนึ่งบ่งบอกว่า เธอยอมมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบใด แต่เธอไม่ยอมจูบปากอย่างดูดดื่มกับลูกค้าคนใดเลย เธอบอกว่า เธอเก็บจูบที่บริสุทธิ์ของเธอไว้ให้ชายคนที่เธอรักเท่านั้น คนอื่นไม่มีวัน ไม่ว่าจะให้เงินทอง เธอมากน้อยแค่ไหน หรือเธอจะพอใจมากขนาดใด เพราะลูกค้าก็คือลูกค้า ไม่ใช่ชายคนรัก เงิน จึงอาจจะซื้อความรักได้... แต่ไม่ใช่รักแท้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้รักแท้จากผู้หญิง ต้องเอารักแท้ของคุณไปแลกมา จึงจะได้รักแท้จากเธอ
· ผู้หญิงชอบขี้บ่นจู้จี้จุกจิก
ผู้หญิงจู้จี้และขี้บ่นก็เพราะ คนที่อยู่รอบข้างเธอไม่ได้สนใจในรายละเอียดที่เธออยากจะให้สนใจ เช่น เวลาจะแสดงความรักกัน ถ้าเธอรู้สึกว่า ตัวเองหรือเขาไม่สะอาด เธอก็จะไม่มีอารมณ์ หรืออาจเอ่ยปากบอกให้ทำอย่างโน่นอย่างนี้ก่อน เช่น
· รอเดี๋ยวนะที่รัก ขอไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมีอะไรกัน
· วันนี้ไม่เอา ไม่ให้ใช้ปากทำ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย
· มีเมนส์อยู่ ทำไม่ได้นะ สกปรกจะตาย
· พรุ่งนี้ไม่ได้ หรือคืนนี้ปวดหัว
นั่นก็คงจะเป็นหนังตัวอย่าง ที่บางครั้งผู้ชายคิดว่าเธอปฏิเสธที่จะมีสัมพันธ์สวาทกัน ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้คิดเลย เพียงแต่ขอให้รอก่อน ขอให้สะอาดก่อนเท่านั้นก็พอแล้ว เข้าใจเธอเสียหน่อย รู้จักหัดทำเป็นไม่เห็นเสียบ้าง ไม่ได้ยินเสียบ้าง และหัดไม่โต้ตอบในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสียบ้าง คุณก็จะเป็นสุภาพบุรุษที่เธออยากจะรัก และร่วมรักด้วยทั้งกายและใจ
· เคล็ดลับการอยู่กับผู้หญิง
กล่าวว่า ผู้หญิงเกิดมาเพื่อแสวงหาความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง และความจริงใจ จากคนที่เธอรัก เธออาจจะรักใครได้ยาก แต่เมื่อเธอแน่ใจในความรักที่เขามีต่อเธอแล้ว เธอก็จะรักเขาตลอดไป ไม่มีวันเปลี่ยนแปร... เพราะนั่นเป็นธาตุแท้ของผู้หญิง แต่เธอชอบจู้จี้ขี้บ่น เอาใจยาก และชอบเปลี่ยนใจเรื่องโน้นเรื่องนี้บ่อยๆ บางครั้งตัดสินใจยาก และโลเลในเรื่องไม่เป็นเรื่อง... ยกเว้นความรักต่อชายคนที่เธอรักเท่านั้น ที่จะคงทนตลอดไป เพราะฉะนั้น ถ้าคุณผู้ชายค้นพบผู้หญิงคนที่คุณคิดจะใช้ชีวิตคู่ด้วยแล้ว และมั่นใจว่านั่นเป็นความรักแท้แล้ว ละก็
" รักเธอให้มากๆ เข้าใจเธอให้น้อยๆ " แล้วคุณก็จะมีความสุข
แม้กระทั่งในตำราพิชัยสงครามของซุนวู ยังว่าไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งมาเริ่มเรียนรู้คุณผู้หญิงกันดูบ้างจะดีไหมครับ !! เริ่มจากกำจัดความเข้าใจผิดที่มีต่อกันและกันก่อน...ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง
· ผู้หญิงพอใจอะไรยาก ?
ผู้ชายมักจะชอบพูดถึงผู้หญิงในแง่นี้เสมอๆว่า เข้าใจยาก พอใจอะไรยาก ชอบเปลี่ยนใจง่าย บางคนถึงกับบอกว่า พวกเธอเปลี่ยนใจทุกวินาที วินาทีละหลายร้อยครั้ง ซึ่งน่าจะไม่เป็นจริง ที่จริงแล้ว ผู้หญิงมักจะพอใจอะไรที่ดีกว่า และอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าเดิม ของคนที่พวกเธอรัก ไม่ว่าจะเป็นสามี หรือลูกๆ เธอจึงดูเหมือนชอบ ขี้บ่น ติโน่น ติงนี่อยู่ตลอดเวลา... โดยเฉพาะหลังจากตกลงปลงใจว่า จะใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายคนนี้ คนที่เธอรัก เคยสังเกตไหมครับว่า ก่อนแต่งงาน ก่อนใช้ชีวิตคู่ ตอนรักกันใหม่ๆนั้น เธอไม่ค่อยติติงเท่าใด ก็เพราะเธอยังไม่แน่ใจว่าจะรักหรือตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตด้วยหรือไม่ แต่พอเธอแน่ใจแล้ว มั่นใจแล้ว เธอก็จะไม่เปลี่ยนใจรัก เธอจึงอยากให้คนที่เธอรักดีขึ้น... ตอนนั้นแหละเหมือนเธอเอาใจยากขึ้น ที่จริงตอนรักกันก็เอาใจยากอยู่แล้ว !! ...เพราะเธอต้องการอะไรที่ดีกว่าที่คุณเสนอ แต่ถ้าคุณเสนอสิ่งที่ดีที่สุดแก่เธอ... เธอจะรับโดยดี โดยไม่บ่นว่า ดังนั้น ถ้าคุณผู้ชายคนไหนยังคิดว่าแฟนของคุณพอใจอะไรยาก ก็แสดงว่าสิ่งที่คุณทำให้เธอยังไม่ดีพอ หรือไม่ใช่ที่เธอต้องการเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า เธอเอาใจยากเลย
· ผู้หญิงมักจะมีอารมณ์เพศยาก ?
จริงอยู่ ที่ผู้หญิงเกิดอารมณ์พิศวาสและไปถึงจุดสุดยอดได้ยาก และใช้เวลายาวนานกว่าผู้ชาย แต่ถ้าคุณผู้ชายเข้าใจเธอสักหน่อย คุณสามารถที่จะทำให้เธอมีอารมณ์พิศวาส และสามารถจะตอบสนองต่อคุณ เพื่อที่จะไปยังจุดหมายปลายทางที่ฝันรวมกันเอาไว้ นั่นก็คือ การให้ความรักแก่เธอให้มากๆ ให้เธอรับรู้ว่า คุณรักเธอคนเดียว ปรารถนาเธอคนเดียว และมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่คุณอยากจะแสดงความรัก ด้วยการมีสัมพันธ์สวาทกัน นั่นเป็นสิ่งที่สามารถจุดไฟปรารถนาของเธอให้คุโชนขึ้นง่ายที่สุด ผู้หญิงต้องเกิดความรักก่อน จึงจะเกิดอารมณ์เพศ และมีไฟปรารถนาที่จะร่วมรัก ผู้ชาย เมื่อได้ร่วมรักจนสุขสมแล้ว ก็จะรู้สึกผ่อนคลายหายเครียด แต่ผู้หญิง ต้องรู้สึกผ่อนคลายหายเครียดก่อน จึงอยากจะร่วมรัก ถ้าคุณผู้ชายสามารถทำให้เธอหายเครียดด้วยความรักของคุณที่มีต่อเธออารมณ์ปรารถนาของเธอ ก็จะเกิดขึ้น และร่วมรักกับคุณอย่างเป็นธรรมชาติ จนมีความสุขสมร่วมกันครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่มีวันเบื่อหน่าย
· ผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอดได้ยาก !
เป็นความจริงที่ผู้หญิงไปถึงดวงดาวได้ยาก และต้องใช้เวลานานมากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้ก็เพราะเธอต้องการเวลาในการค่อยๆเพิ่มอารมณ์เพศสักช่วงระยะหนึ่ง ก่อนที่ร่างกายของเธอจะได้รับการกระตุ้น จนไปถึงจุดสุดยอด ผู้หญิงต้องการกระตุ้นจุดสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการกอด สัมผัสลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆ ที่ยังไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์ปราการด่านสุดท้าย ที่ผู้ชายหวังจะโจมตี จนเมื่อเธอแสดงอาการว่า อยากให้สัมผัสส่วนนี้ของเธอแล้ว คุณค่อยเริ่มกระตุ้น และการกระตุ้นส่วนสงวนของเธอนั้น ก็ต้องใช้เทคนิคเช่นกัน ถ้าคุณจะใช้มือกระตุ้นให้เคลียเคล้าบริเวณข้างๆ ปากทางก่อน ค่อยไล่ลงมายังกลีบเนื้อที่ปิดปากถ้ำสวรรค์ไว้ แล้วค่อยไปยังปุ่มปมประสาทสัมผัสที่เรียกว่าคลิตอริส... อย่านะ อย่าใช้นิ้วมือคุณกดลงไปทันที เพราะจะทำให้เธอเจ็บจนหมดอารมณ์ที่จะเริงรักกับคุณ คุณต้องค่อยๆใช้นิ้วคุณวนๆ รอบๆ ปุ่มสัมผัสดังกล่าวก่อน จนแน่ใจว่าเธอมีอารมณ์มากแล้ว จึงค่อยๆ เน้นตรงจุดอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขอย้ำนะครับว่า ผู้หญิงนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ชอบอะไรที่สม่ำเสมอ มั่นคงและต่อเนื่อง... รวมทั้งการกระตุ้นให้เธอไปถึงดวงดาวด้วย ผู้หญิง ส่วนใหญ่ไปถึงจุดสุดยอดด้วยท่า "มิชชันนารี" เพราะร่างกายของฝ่ายชาย ที่ทานทับลงไปบนตัวเธอนั้น ทำให้เวลาที่เขาขยับส่วนนั้นของเขาเข้าออกเพื่อการสัมผัสรักกับเธอ ปุ่มคลิตอรัสจะได้รับการเสียดสีกับกระดูกหัวเหน่าของเขาเป็นการกระตุ้น ขณะเดียวกัน ปุ่มดังกล่าวก็จะมีการยืดขึ้นและหดลง ตามจังหวะของการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ที่เธอและเขาร่วมกันแสดงนั้น แล้วจะทำให้เธอไปถึงดวงดาวได้โดยง่าย
· ผู้หญิงต้องการเงินมากกว่าความรัก ?
ผู้ชายหลายราย มักจะมีความรู้สึกนึกคิดเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้ว ผู้หญิงหลายคนที่แม้ว่าร่างกายบางส่วนของเธอสามารถจะซื้อหาได้ด้วยเงินตรา แต่เธอก็ยังคงเหลือบางส่วนไว้ให้คนที่เธอรักเสมอ... สงสัยไหมครับ บทสัมภาษณ์ผู้หญิงขายบริการคนหนึ่งบ่งบอกว่า เธอยอมมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบใด แต่เธอไม่ยอมจูบปากอย่างดูดดื่มกับลูกค้าคนใดเลย เธอบอกว่า เธอเก็บจูบที่บริสุทธิ์ของเธอไว้ให้ชายคนที่เธอรักเท่านั้น คนอื่นไม่มีวัน ไม่ว่าจะให้เงินทอง เธอมากน้อยแค่ไหน หรือเธอจะพอใจมากขนาดใด เพราะลูกค้าก็คือลูกค้า ไม่ใช่ชายคนรัก เงิน จึงอาจจะซื้อความรักได้... แต่ไม่ใช่รักแท้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้รักแท้จากผู้หญิง ต้องเอารักแท้ของคุณไปแลกมา จึงจะได้รักแท้จากเธอ
· ผู้หญิงชอบขี้บ่นจู้จี้จุกจิก
ผู้หญิงจู้จี้และขี้บ่นก็เพราะ คนที่อยู่รอบข้างเธอไม่ได้สนใจในรายละเอียดที่เธออยากจะให้สนใจ เช่น เวลาจะแสดงความรักกัน ถ้าเธอรู้สึกว่า ตัวเองหรือเขาไม่สะอาด เธอก็จะไม่มีอารมณ์ หรืออาจเอ่ยปากบอกให้ทำอย่างโน่นอย่างนี้ก่อน เช่น
· รอเดี๋ยวนะที่รัก ขอไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมีอะไรกัน
· วันนี้ไม่เอา ไม่ให้ใช้ปากทำ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย
· มีเมนส์อยู่ ทำไม่ได้นะ สกปรกจะตาย
· พรุ่งนี้ไม่ได้ หรือคืนนี้ปวดหัว
นั่นก็คงจะเป็นหนังตัวอย่าง ที่บางครั้งผู้ชายคิดว่าเธอปฏิเสธที่จะมีสัมพันธ์สวาทกัน ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้คิดเลย เพียงแต่ขอให้รอก่อน ขอให้สะอาดก่อนเท่านั้นก็พอแล้ว เข้าใจเธอเสียหน่อย รู้จักหัดทำเป็นไม่เห็นเสียบ้าง ไม่ได้ยินเสียบ้าง และหัดไม่โต้ตอบในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสียบ้าง คุณก็จะเป็นสุภาพบุรุษที่เธออยากจะรัก และร่วมรักด้วยทั้งกายและใจ
· เคล็ดลับการอยู่กับผู้หญิง
กล่าวว่า ผู้หญิงเกิดมาเพื่อแสวงหาความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง และความจริงใจ จากคนที่เธอรัก เธออาจจะรักใครได้ยาก แต่เมื่อเธอแน่ใจในความรักที่เขามีต่อเธอแล้ว เธอก็จะรักเขาตลอดไป ไม่มีวันเปลี่ยนแปร... เพราะนั่นเป็นธาตุแท้ของผู้หญิง แต่เธอชอบจู้จี้ขี้บ่น เอาใจยาก และชอบเปลี่ยนใจเรื่องโน้นเรื่องนี้บ่อยๆ บางครั้งตัดสินใจยาก และโลเลในเรื่องไม่เป็นเรื่อง... ยกเว้นความรักต่อชายคนที่เธอรักเท่านั้น ที่จะคงทนตลอดไป เพราะฉะนั้น ถ้าคุณผู้ชายค้นพบผู้หญิงคนที่คุณคิดจะใช้ชีวิตคู่ด้วยแล้ว และมั่นใจว่านั่นเป็นความรักแท้แล้ว ละก็
" รักเธอให้มากๆ เข้าใจเธอให้น้อยๆ " แล้วคุณก็จะมีความสุข
การจะมีคู่แท้สักคน... จึงต้องใช้เวลาในการแสวงหาเสมอ
...เพราะคำคำเดียวสั้นๆ ที่เรียกขานว่า "รัก" ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราเกิดมาในโลกใบนี้อย่างมีคุณค่า เป็นโซ่ทองคล้องชีวิตคู่ของบุพการีของเราให้ยั่งยืนยาวมาจนทุกวันนี้
...เพราะคำว่า "รัก" ไม่ใช่หรือที่ทำให้มนุษย์เราหยุดการรบราฆ่าฟัน หันมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจฝ่ามหันตภัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ มีคำกล่าวมานานนักหนาแล้วว่า... โลกของเราใบนี้ยังคงหมุนอยู่ได้เพราะพลังที่เกิดจากความรัก และที่ใดที่ปราศจากความรักแล้ว... ความเสื่อมสลายก็จะต้องบังเกิดขึ้น
มีคนกล่าวว่า "รักแท้" เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมจะดับได้ยาก และมีแต่จะเพิ่มพูนความรักให้แน่นแฟ้น ยืนยงต่อไปเรื่อยๆ ตราบนานเท่านาน เป็น...ปรัชญาของความรักในอดีต ซึ่งน่าจะดำรงคงอยู่ และถ้าจะสูญหายไปบ้าง ก็น่าจะหวนกลับมาจรรโลงสังคมและโลกของเราใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ปีเก่าผ่านไป...ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นความทุกข์ยากลำบาก การพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก จากภัยของธรรมชาติที่มาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ...ขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นน้ำใจของผู้คนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากเหล่านั้น ด้วยความรัก แบ่งปันน้ำใจ แบ่งปันทรัพย์สินที่มีอยู่ แบ่งปันเวลา แรงกายแรงใจ เพื่อที่จะซับน้ำตาแห่งความทุกข์ของพวกเขาให้บรรเทาเบาบางลงบ้าง... แม้จะเพียงน้อยนิด พลังแห่งน้ำใจเหล่านั้นแหละ ...เป็นพลังของความรัก และพลังของความรักนั้น มักจะเกิดขึ้นในสภาวะแห่งความทุกข์เสมอ ในสภาวการณ์ดังกล่าวทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจให้ความรักความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ลืมความบาดหมาง ความคับข้องใจกันและกัน ให้อภัยกัน...เสมอ เพราะมักจะมีคำกล่าวว่า ความรัก...คือการให้อภัย การให้อภัยนั้น อาจจะเป็นบริบทแรกของความรัก... และบริบทสุดท้ายของความรักก็ได้ ใครจะรู้ แม้ว่าในยุคนี้ คนเราจะแล้งน้ำใจ...และเห็นแก่ตัวกันมากขึ้นทกขณะ แต่คนที่ยังคงมีความรักและรู้จักการให้อภัย...จะมีความสุขในบั้นปลายชีวิตเสมอๆ ...และแม้ว่า ความรักจะไม่ค่อยยืนยงเท่าไร ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคกระแสแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ในยุคที่ต้องเอาตัวรอดจากสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนไป จนยากที่จะก้าวตามทันการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่รู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสังคมยุคใหม่
การจะมีคู่แท้สักคน... จึงต้องใช้เวลาในการแสวงหาเสมอ!! และจำไว้ว่า ถ้าพบแล้วอย่าปล่อยให้ผ่านไป... เพราะอาจจะไม่มีผ่านมาใหม่อีก คู่ของคนเรานั้น มีทั้งคู่กรรม...และคู่บุญ และบางคนก็เป็นทั้งคู่บุญคู่กรรมด้วยกัน วัฏจักรของคู่ที่เวียนว่ายตายเกิดมาในชีวิตของคนเรานั้น มักจะมีคู่บุญและคู่กรรมสลับกัน เหมือนที่เขาว่าไว้ว่า ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหนนั่นแหละ ใครที่กำลังทุกข์อยู่ก็ขอให้รู้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์ถึงที่สุดแล้ว ในท้ายที่สุดถ้ายังคงมีกำลังใจที่จะดำรงคงอยู่ ความสุขก็จะกลับมาเป็นรางวัลชีวิต หลายต่อหลายคนเศร้าโศก... เมื่อคนรักคู่ครองที่อยู่กันมานานจะต้องจากไป ถ้าหัดคิดบ้างว่า... คู่กรรมกำลังจะจากไปแล้ว คู่บุญกำลังจะมา ความสุขในชีวิตก็จะบังเกิด พลังอำนาจของความคิดในทางบวกนั้น เป็นพลังอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ และมักจะเป็นจริงตามที่คิดเสมอๆ แม้ว่าบางครั้งอาจจะต้องรอนานจนเกือบจะรอไม่ได้ก็ตาม ...สวรรค์ไม่ทำร้ายคนที่คิดดี ทำดี ตลอดไปหรอก!! ในท้ายที่สุด บุญกุศล และความดีที่ทำก็จะสามารถเอาชนะความทุกข์ภายในใจได้ และเมื่อนั้น ความรักก็จะหวนกลับมาใหม่ ส่วนใครที่อยู่ครองชีวิตกับคนที่คิดว่า เป็นคู่บุญ ก็ควรจะร่วมกันทำบุญกุศลร่วมกันเป็นประจำ เพื่อที่คู่บุญจะได้ไม่จากไป... และคู่กรรมที่จะนำความทุกข์ยากจะไม่กลับมา เคยอ่านหนังสือที่มีชื่อว่า...เราจะข้ามเวลามาพบกัน ซึ่งเรื่องราวกล่าวว่า คนเรานั้นอาจมีอยู่หลายชาติภพ ถ้าเชื่อในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด ทีนี้ในแต่ละชาติภพนั้น ก็น่าจะมีเนื้อคู่อยู่อย่างน้อย 1 คน ไม่ว่าจะเป็นคู่บุญ หรือคู่กรรมก็ตาม ...บางคู่ ก็ทำบุญร่วมกันขอตามมาเกิด ในชาติภพต่อไปเพื่อที่จะรับผลบุญที่กระทำร่วมกัน ...บางคู่ก็ทำกรรมร่วมกันมา ก็อาจจะอาฆาต พยาบาทตามมาทำลายล้างกันในชาตินี้ แล้วแต่จะตั้งจิตอธิษฐานในทางที่ดี...หรือทางที่ร้าย และในบางชาติภพที่เนื้อคู่ ไม่ว่า คู่บุญ หรือคู่กรรม ตามมาพบกันมากกว่า 1 คนในชาติภพนั้น เรื่องราวความรัก ความหวัง ความผิดหวัง ความพลัดพราก...และอะไรต่อมิอะไรที่อยากให้เกิด และไม่อยากให้เกิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ ซึ่งนอกเหนืออำนาจของมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่จะไปจัดการได้
...ต้องปล่อยให้เป็นไปตามวัฏจักร ตามธรรมชาติของความรักความหลงของมวลมนุษยชาติ ได้แต่แนะนำให้ตั้งสติเอาไว้ เวลาที่คู่กรรมจะจากไป...ให้เขาหรือเธอไปพบกับคู่กรรมของพวกเขา จะได้ไม่กลับมาทำความทุกข์ยากลำบากใจให้กับเราอีกต่อไป
...และภาวนาขอให้คู่บุญของตัวเรา จงรีบมาแสดงตัว นั่นเป็นแนวคิดที่ควรคิด...ในเวลาแห่งการพลัดพราก ว่าก่อนอื่นมีคนคนหนึ่งที่รอความรักอยู่เสมอ และคนคนนั้นก็คือ ตัวของเราเอง ในเมื่อตัวของเราเกิดจากความรักของพ่อแม่ ซึ่งได้ให้กำเนิดเรามา เราจึงต้องรักษาตัวของเรา ซึ่งเป็นที่รักของพ่อแม่ เอาไว้ทดแทนคุณของบิดามารดา ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบสุข เหมือนที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ฝากกลอนเอาไว้ให้ช่วยเขียนเตือนสติของผู้ที่จะมีความรักทั้งหลายว่า...
หากรักใคร ขอให้รัก เพียงแค่ครึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง ของหัวใจ เก็บไว้ฝัน หากวันใด ถูกสลัด ตัดสัมพันธ์ เอาครึ่งนั้น มาทดแทน แทนที่ใจ
...เพราะคำว่า "รัก" ไม่ใช่หรือที่ทำให้มนุษย์เราหยุดการรบราฆ่าฟัน หันมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจฝ่ามหันตภัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ มีคำกล่าวมานานนักหนาแล้วว่า... โลกของเราใบนี้ยังคงหมุนอยู่ได้เพราะพลังที่เกิดจากความรัก และที่ใดที่ปราศจากความรักแล้ว... ความเสื่อมสลายก็จะต้องบังเกิดขึ้น
มีคนกล่าวว่า "รักแท้" เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมจะดับได้ยาก และมีแต่จะเพิ่มพูนความรักให้แน่นแฟ้น ยืนยงต่อไปเรื่อยๆ ตราบนานเท่านาน เป็น...ปรัชญาของความรักในอดีต ซึ่งน่าจะดำรงคงอยู่ และถ้าจะสูญหายไปบ้าง ก็น่าจะหวนกลับมาจรรโลงสังคมและโลกของเราใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ปีเก่าผ่านไป...ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นความทุกข์ยากลำบาก การพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก จากภัยของธรรมชาติที่มาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ...ขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นน้ำใจของผู้คนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากเหล่านั้น ด้วยความรัก แบ่งปันน้ำใจ แบ่งปันทรัพย์สินที่มีอยู่ แบ่งปันเวลา แรงกายแรงใจ เพื่อที่จะซับน้ำตาแห่งความทุกข์ของพวกเขาให้บรรเทาเบาบางลงบ้าง... แม้จะเพียงน้อยนิด พลังแห่งน้ำใจเหล่านั้นแหละ ...เป็นพลังของความรัก และพลังของความรักนั้น มักจะเกิดขึ้นในสภาวะแห่งความทุกข์เสมอ ในสภาวการณ์ดังกล่าวทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจให้ความรักความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ลืมความบาดหมาง ความคับข้องใจกันและกัน ให้อภัยกัน...เสมอ เพราะมักจะมีคำกล่าวว่า ความรัก...คือการให้อภัย การให้อภัยนั้น อาจจะเป็นบริบทแรกของความรัก... และบริบทสุดท้ายของความรักก็ได้ ใครจะรู้ แม้ว่าในยุคนี้ คนเราจะแล้งน้ำใจ...และเห็นแก่ตัวกันมากขึ้นทกขณะ แต่คนที่ยังคงมีความรักและรู้จักการให้อภัย...จะมีความสุขในบั้นปลายชีวิตเสมอๆ ...และแม้ว่า ความรักจะไม่ค่อยยืนยงเท่าไร ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคกระแสแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ในยุคที่ต้องเอาตัวรอดจากสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนไป จนยากที่จะก้าวตามทันการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่รู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสังคมยุคใหม่
การจะมีคู่แท้สักคน... จึงต้องใช้เวลาในการแสวงหาเสมอ!! และจำไว้ว่า ถ้าพบแล้วอย่าปล่อยให้ผ่านไป... เพราะอาจจะไม่มีผ่านมาใหม่อีก คู่ของคนเรานั้น มีทั้งคู่กรรม...และคู่บุญ และบางคนก็เป็นทั้งคู่บุญคู่กรรมด้วยกัน วัฏจักรของคู่ที่เวียนว่ายตายเกิดมาในชีวิตของคนเรานั้น มักจะมีคู่บุญและคู่กรรมสลับกัน เหมือนที่เขาว่าไว้ว่า ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหนนั่นแหละ ใครที่กำลังทุกข์อยู่ก็ขอให้รู้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์ถึงที่สุดแล้ว ในท้ายที่สุดถ้ายังคงมีกำลังใจที่จะดำรงคงอยู่ ความสุขก็จะกลับมาเป็นรางวัลชีวิต หลายต่อหลายคนเศร้าโศก... เมื่อคนรักคู่ครองที่อยู่กันมานานจะต้องจากไป ถ้าหัดคิดบ้างว่า... คู่กรรมกำลังจะจากไปแล้ว คู่บุญกำลังจะมา ความสุขในชีวิตก็จะบังเกิด พลังอำนาจของความคิดในทางบวกนั้น เป็นพลังอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ และมักจะเป็นจริงตามที่คิดเสมอๆ แม้ว่าบางครั้งอาจจะต้องรอนานจนเกือบจะรอไม่ได้ก็ตาม ...สวรรค์ไม่ทำร้ายคนที่คิดดี ทำดี ตลอดไปหรอก!! ในท้ายที่สุด บุญกุศล และความดีที่ทำก็จะสามารถเอาชนะความทุกข์ภายในใจได้ และเมื่อนั้น ความรักก็จะหวนกลับมาใหม่ ส่วนใครที่อยู่ครองชีวิตกับคนที่คิดว่า เป็นคู่บุญ ก็ควรจะร่วมกันทำบุญกุศลร่วมกันเป็นประจำ เพื่อที่คู่บุญจะได้ไม่จากไป... และคู่กรรมที่จะนำความทุกข์ยากจะไม่กลับมา เคยอ่านหนังสือที่มีชื่อว่า...เราจะข้ามเวลามาพบกัน ซึ่งเรื่องราวกล่าวว่า คนเรานั้นอาจมีอยู่หลายชาติภพ ถ้าเชื่อในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด ทีนี้ในแต่ละชาติภพนั้น ก็น่าจะมีเนื้อคู่อยู่อย่างน้อย 1 คน ไม่ว่าจะเป็นคู่บุญ หรือคู่กรรมก็ตาม ...บางคู่ ก็ทำบุญร่วมกันขอตามมาเกิด ในชาติภพต่อไปเพื่อที่จะรับผลบุญที่กระทำร่วมกัน ...บางคู่ก็ทำกรรมร่วมกันมา ก็อาจจะอาฆาต พยาบาทตามมาทำลายล้างกันในชาตินี้ แล้วแต่จะตั้งจิตอธิษฐานในทางที่ดี...หรือทางที่ร้าย และในบางชาติภพที่เนื้อคู่ ไม่ว่า คู่บุญ หรือคู่กรรม ตามมาพบกันมากกว่า 1 คนในชาติภพนั้น เรื่องราวความรัก ความหวัง ความผิดหวัง ความพลัดพราก...และอะไรต่อมิอะไรที่อยากให้เกิด และไม่อยากให้เกิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ ซึ่งนอกเหนืออำนาจของมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่จะไปจัดการได้
...ต้องปล่อยให้เป็นไปตามวัฏจักร ตามธรรมชาติของความรักความหลงของมวลมนุษยชาติ ได้แต่แนะนำให้ตั้งสติเอาไว้ เวลาที่คู่กรรมจะจากไป...ให้เขาหรือเธอไปพบกับคู่กรรมของพวกเขา จะได้ไม่กลับมาทำความทุกข์ยากลำบากใจให้กับเราอีกต่อไป
...และภาวนาขอให้คู่บุญของตัวเรา จงรีบมาแสดงตัว นั่นเป็นแนวคิดที่ควรคิด...ในเวลาแห่งการพลัดพราก ว่าก่อนอื่นมีคนคนหนึ่งที่รอความรักอยู่เสมอ และคนคนนั้นก็คือ ตัวของเราเอง ในเมื่อตัวของเราเกิดจากความรักของพ่อแม่ ซึ่งได้ให้กำเนิดเรามา เราจึงต้องรักษาตัวของเรา ซึ่งเป็นที่รักของพ่อแม่ เอาไว้ทดแทนคุณของบิดามารดา ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบสุข เหมือนที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ฝากกลอนเอาไว้ให้ช่วยเขียนเตือนสติของผู้ที่จะมีความรักทั้งหลายว่า...
หากรักใคร ขอให้รัก เพียงแค่ครึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง ของหัวใจ เก็บไว้ฝัน หากวันใด ถูกสลัด ตัดสัมพันธ์ เอาครึ่งนั้น มาทดแทน แทนที่ใจ
กลเม็ด 6 วิธีเพื่อควานหาคนถูกใจ
ถ้าลงทุนจะ " จีบ" ทั้งที มีสัญญาณอะไรนะที่บอกว่า อีกฝ่ายเปิดทาง ให้เข้าไปตีสนิทได้แล้ว ขอย้ำ งานนี้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งส่งกระแสจิตบอกให้มา " จีบฉันสิ " ก่อนนะ ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้านึกอยากจีบ ก็จีบมั่วซั่ว เพียงแต่ใครคนนั้น จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเปิดประตูอ้าซ่าให้เราเดินเข้าใส่...นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง จากหนังสือ How to understand people (ทำอย่างไรจึงเข้าใจมนุษย์) เปรียบสายตาเหมือนหอควบคุมการบิน คล้ายดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจยังไงยังงั้น ฟังแล้วเชยเหมือนสมัยขวัญเรียม แต่เด็กยุคดอทคอมก็ไม่แคล้วแพ้ใจ ให้คนที่ตัวเองชอบเป็นทุนอยู่แล้ว เช่นกันนั่นแหละ ถ้าการที่สาวสักอนงค์ มองมายังอีกคนซึ่งจ้องเขม็งรอจ๊ะเอ๋อยู่แล้ว รู้ไหมว่าสายตาที่มองแวบแรก หมายถึงส่งสัญญาณให้เครื่องบินเตรียมลง แวบที่สอง คืออนุญาตให้ แลนดิ่ง หรือลงจอดได้ แวบที่สาม แปลว่าเมื่อไหร่เครื่องบินลำนั้นจะเข้ามาจอดสักทีนะ แววตาที่มองกันไป มองกันมาอย่างนี้แหละ ปิ๊งกันหลายรายแล้ว ยิ่งหากกล้าเขยิบเข้าใกล้ ก็มีสิทธิ์ทำความรู้จักกันได้ทันที อ้อ...ขอทำความเข้าใจเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนว่า สมัยนี้ จะพึ่งใบบุญแค่อาศัยว่า ตัวเองหน้าตาดีหรือ หุ่นเซ็กซี่น่ะ แค่นี้ไม่พอที่จะเรียกร้องความสนใจ ให้ใครๆ เข้ามาจีบได้หรอก แต่ควรมี " ลักษณะของคนที่เข้าหาได้ไม่ยาก " ด้วย ผู้ที่เป็นเจ้าของบุคลิกเข้าหาได้ไม่ยาก ก็เช่นมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส, คิ้วไม่ผูกโบ หรือทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงถึงความจริงจังกับชีวิตตลอดเวลา กระนั้น การเข้าหาได้ไม่ยาก ก็ไม่ใช่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครต่อใครไปทั่วนะ ควรยับยั้งชั่งใจด้วยว่า ควรระริกระรี้แค่ไหนถึงเหมาะสม ง่ายเกินไปก็ไม่เก๋เช่นกัน เพราะตามหลักจิตวิทยา ทุกคนมักสงสัยสิ่งที่ได้มาง่ายๆ เสมอ และอาจเตลิดไปอีกว่า อะไรที่ได้มาง่าย ย่อมไม่มีคุณค่าไปโน่นเลย ว่าแล้วฝอยถึงกลเม็ด 6 วิธีเพื่อควานหาคนถูกใจ ดีกว่า ใน 6 ways to meet Mr.right บอกถึงขั้นตอนของการหาแฟน เหมือนรู้ใจว่า ขืนปล่อยให้หากันเอง คงแย่แน่ๆ เหตุนี้จึงขอทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงกันหน่อย
จะหาแฟนมาแนบใจก็ไม่ยากอะไร แค่...
1. ประกาศกับเพื่อนๆ ว่า คุณจะ จัดงานปาร์ตี้ใหญ่ยักษ์ที่จะมีของกิน และเครื่องดื่มเพียบ กะเลี้ยงไม่อั้น แต่ถ้าใครอยากมาอย่าลืมหนีบชายโสดมาด้วย งานนี้ใครพาคนรักมาไม่ให้เข้า นะยะ เห็นใครมีความสุขแล้วตาจะลุกเป็นไฟ รัศมีนางอิจฉากำเริบ
2. ประสงค์จะมีแฟนทั้งที ต้องใจกล้าหน้าด้านเข้าไว้ ควรกล้าที่จะเป็นฝ่าย เข้าไปคุยกับคนแปลกหน้าทุกวัน แต่จะเข้าไปตีซี้หรือเจ๊าะแจ๊ะกับใคร ก็ดูตาม้าตาเรือหน่อย ไม่ใช่เซ่อซ่าเข้าไปหวังจับคนที่ดูแล้ว เขาไม่เล่นกับเราด้วยแน่ๆ คงเสียเวลาเปล่า
3. ส่งอีเมล์โปรยเสน่ห์หาคู่ใจ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการด้านนี้ จนเกลื่อนคอมฯ หรืออาจให้เพื่อนนัดบอดให้อีกทอดหนึ่งก็ได้ แต่มีข้อแม้หน่อยว่า ถ้าเพื่อนนัดใครให้ แล้วไม่ถูกใจ จะไปตำหนิเพื่อนก็ไม่ถูกนัก เพราะใครจะไปรู้ซึ้ง รสนิยมแท้จริงของคุณเล่า ช่วยให้รู้จักกันก็ดีแค่ไหนแล้ว หลังจากนั้นจะสานสัมพันธ์กันต่ออย่างไร ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ ละคน เรื่องแบบนี้ใครจะไปบังคับใจกันได้
4. วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ควรใช้ทุกเวลานาทีให้เป็นประโยชน์ ด้วยการออกไปสังสรรค์ เฮฮาตามบ้านเพื่อนฝูง ต้องรู้จักเปิดตัวกับคนอื่นเข้าไว้ แถมถ้าได้ไปงานเลี้ยง ซึ่งจัดแบบเป็นกันเอง ก็อย่าได้แต่งตัวมิดชิดเกินเหตุ จะเปิดนิดโชว์หน่อยก็รีบทำซะ ยังอยู่ในวัยสะพรั่ง หากไม่โชว์ตอนนี้แล้วจะเก็บไว้ตอนไหน
5. สำรวจตรวจตราดูสิว่า มีสถานที่แห่งหนตำบลใดบ้าง ซึ่งคนในสเปกของคุณชอบ ไปสุมกันอยู่ในนั้น แล้วจงรีบจรลีไปได้เลย อย่ามัวแต่เอ้อระเหยอยู่บ้าน ทำเป็นอะโนเนะมากๆ คงหาแฟนได้หรอก
6. หากเจอคนถูกใจเข้าอย่างจัง อย่าปล่อยให้หลุดมือ ทำยังไงก็ได้ที่จะยื้อเขาไว้ แต่ตรงข้าม ถ้าพากเพียรหาอยู่นานก็ยังไม่เจอ " ตามสเปก " ตรงใจเสียที ก็อย่าเสียเวลา จีบกันไปจีบกันมากับคนที่เราไม่ได้คิดจริงจังด้วยหน่อยเลย
เพราะไม่งั้นก็เท่ากับปิดโอกาสทั้งของเขาและของเรา แหมจะล่อเหยื่อให้มากินเบ็ดสักหน่อย เดี๋ยวเกิดเขาเข้าใจผิดว่า เราไม่ว่างก็แย่น่ะซี นี่ถ้าไม่เป็นทาสมารยาททางสังคม กะเชียร์ ให้แขวนป้ายไว้แล้วเชียวว่า หัวใจยังว่าง เข้าทำนอง กลัวจัดว่าจะไม่มีใครรู้
จะหาแฟนมาแนบใจก็ไม่ยากอะไร แค่...
1. ประกาศกับเพื่อนๆ ว่า คุณจะ จัดงานปาร์ตี้ใหญ่ยักษ์ที่จะมีของกิน และเครื่องดื่มเพียบ กะเลี้ยงไม่อั้น แต่ถ้าใครอยากมาอย่าลืมหนีบชายโสดมาด้วย งานนี้ใครพาคนรักมาไม่ให้เข้า นะยะ เห็นใครมีความสุขแล้วตาจะลุกเป็นไฟ รัศมีนางอิจฉากำเริบ
2. ประสงค์จะมีแฟนทั้งที ต้องใจกล้าหน้าด้านเข้าไว้ ควรกล้าที่จะเป็นฝ่าย เข้าไปคุยกับคนแปลกหน้าทุกวัน แต่จะเข้าไปตีซี้หรือเจ๊าะแจ๊ะกับใคร ก็ดูตาม้าตาเรือหน่อย ไม่ใช่เซ่อซ่าเข้าไปหวังจับคนที่ดูแล้ว เขาไม่เล่นกับเราด้วยแน่ๆ คงเสียเวลาเปล่า
3. ส่งอีเมล์โปรยเสน่ห์หาคู่ใจ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการด้านนี้ จนเกลื่อนคอมฯ หรืออาจให้เพื่อนนัดบอดให้อีกทอดหนึ่งก็ได้ แต่มีข้อแม้หน่อยว่า ถ้าเพื่อนนัดใครให้ แล้วไม่ถูกใจ จะไปตำหนิเพื่อนก็ไม่ถูกนัก เพราะใครจะไปรู้ซึ้ง รสนิยมแท้จริงของคุณเล่า ช่วยให้รู้จักกันก็ดีแค่ไหนแล้ว หลังจากนั้นจะสานสัมพันธ์กันต่ออย่างไร ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ ละคน เรื่องแบบนี้ใครจะไปบังคับใจกันได้
4. วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ควรใช้ทุกเวลานาทีให้เป็นประโยชน์ ด้วยการออกไปสังสรรค์ เฮฮาตามบ้านเพื่อนฝูง ต้องรู้จักเปิดตัวกับคนอื่นเข้าไว้ แถมถ้าได้ไปงานเลี้ยง ซึ่งจัดแบบเป็นกันเอง ก็อย่าได้แต่งตัวมิดชิดเกินเหตุ จะเปิดนิดโชว์หน่อยก็รีบทำซะ ยังอยู่ในวัยสะพรั่ง หากไม่โชว์ตอนนี้แล้วจะเก็บไว้ตอนไหน
5. สำรวจตรวจตราดูสิว่า มีสถานที่แห่งหนตำบลใดบ้าง ซึ่งคนในสเปกของคุณชอบ ไปสุมกันอยู่ในนั้น แล้วจงรีบจรลีไปได้เลย อย่ามัวแต่เอ้อระเหยอยู่บ้าน ทำเป็นอะโนเนะมากๆ คงหาแฟนได้หรอก
6. หากเจอคนถูกใจเข้าอย่างจัง อย่าปล่อยให้หลุดมือ ทำยังไงก็ได้ที่จะยื้อเขาไว้ แต่ตรงข้าม ถ้าพากเพียรหาอยู่นานก็ยังไม่เจอ " ตามสเปก " ตรงใจเสียที ก็อย่าเสียเวลา จีบกันไปจีบกันมากับคนที่เราไม่ได้คิดจริงจังด้วยหน่อยเลย
เพราะไม่งั้นก็เท่ากับปิดโอกาสทั้งของเขาและของเรา แหมจะล่อเหยื่อให้มากินเบ็ดสักหน่อย เดี๋ยวเกิดเขาเข้าใจผิดว่า เราไม่ว่างก็แย่น่ะซี นี่ถ้าไม่เป็นทาสมารยาททางสังคม กะเชียร์ ให้แขวนป้ายไว้แล้วเชียวว่า หัวใจยังว่าง เข้าทำนอง กลัวจัดว่าจะไม่มีใครรู้
12 สัญญาณว่ามีการเกี้ยวพาราสีในที่ทำงาน...เกิดขึ้นแล้ว
...เห็นกันทุกวัน เพราะทำงานที่เดียวกัน คงมีบ้างนะที่มองไปมองมา สายตาก็จ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่านหัวใจในออฟฟิศหรือสำนักงานนี่แหละท่าน เป็นบ่อเกิดสร้างคู่รักมานักต่อนักแล้ว...
เมอร์ลินเลยได้ที นำเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในสำนักงานมาโซ้ยซะเลย นัยว่ายังไม่ทันมีใครมายุก็ขอจุดประทัด ด้วยความปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายให้ผู้คนหวั่นไหวเล่น ด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจใน 12 สัญญาณว่ามีการเกี้ยวพาราสีในที่ทำงาน...เกิดขึ้นแล้ว (12 Signs of an office flirtation) บอกว่า ถ้าฝ่ายหญิงถูกจีบ มักแสดงอาการดีใจจนเนื้อเต้น และเก็บไว้ไม่ ค่อยอยู่นักหรอก แหม... ปูนนี้แล้ว ยังอุตส่าห์มีคนมาติดพัน มันใช่ย่อยซะที่ไหน แล้วงี้จะไม่ให้ ระริกระรี้ หน้าบานเป็นดอกทานตะวันได้ไงจ๊ะ ความรักกับผู้หญิงน่ะ เป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่อย่าเจอกรณี มีลูกกวนตัว มีผัวกวนตีน ก็แล้วกัน เดี๋ยวหัวใจฟกช้ำดำเขียวไปซะก่อน เมอร์ลินงี้อยากให้ดอกรักได้มีโอกาสฟูมฟักให้บานนานๆ อย่ารักง่ายหน่ายเร็วนักเลย ว่าแล้วก็เลี้ยวกลับมาเข้าเรื่องสัญญาณแต่ไม่ใช่สัญญา ที่ฝ่ายหญิงแสดงออก เมื่ออยากให้ใครมารักหรือตกหลุมรักโป๊ะเชะ มีตั้งแต่
1. ชอบเล่นผมของตัวเอง ในลักษณะของคนใจลอยบ่อยๆ หรือไม่งั้น ถ้ารู้ว่าคนที่เธอสนใจกำลังเดินผ่านมา หล่อนจะจัดแจงแต่งผมให้ได้รูปได้ทรง ยังไงซะ ผู้หญิงย่อมรักสวยรักงามวันยังค่ำ แล้ว " ความสวยความงาม" ก็ดันเป็นเสน่ห์ดึ๋งดั๋งเสียด้วยนะ ไปถามดูเถิดว่า ผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบคนงามหน้าตาจิ้มลิ้มหรือเปล่า ? หากยิ่งเซ็กซี่ด้วย ก็ยิ่งน่าเสียวไส้
2. จะอารมณ์ดีม้าก มาก ถ้าสืบได้ว่า ฝ่ายที่ตามจีบเธอยังเป็นโสด อย่างน้อย หนูก็ยังอยากเป็นเบอร์ 1 ไม่อยากกินน้ำใต้ศอกของใคร แถมเผลอๆ เดี๋ยวได้น้ำตาตกในละก้อ ขืนเจอโชคสองชั้นอย่างงี้ อย่าเจอกันเลยดีกว่า ใครว่า เลือกแฟนก็เหมือนซื้อลอตเตอรี่ก็ใช่ แต่โอกาสถูกเจ๋งเป๋งน้อยกว่ากันเยอะ เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกหนู
3. ใช้ภาษาท่าทางส่ออาการว่าอยากมีรักอย่างเปิดเผย เช่น ถ้าชอบก็เชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วยการจับมือถือแขน ทำตัว สนิทสนม หรือถ้ากล้ามาก บางคนเล่นใส่เสื้อคอเว้า หวังโชว์ เนินอกก็มี เรื่องโชว์ ขอให้บอกเหอะ เพราะกลัวไม่ได้โชว์ มากกว่า... ใช่ไหมล้า
4. มักเดินผ่านหวานใจให้เห็นกันทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่ชอบแล้วจะพยายามขนาดนี้รึ
5. ถ้าคุยกันต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ก็ใช้วิธีส่งอีเมล์กันเหมือนในเรื่องบริดเจท โจนส์ไดอารี่ นั่นแหละ เห็นนั่งหน้าจอคอมฯทั้งวันทั้งคืน บางทีไม่ใช่ขยันทำงานอะไรหรอก แต่พะวงเรื่องอื่นน่ะสิไม่ว่า
6. ถ้าว่างพร้อมกัน ก็ทานข้าวด้วยกัน แล้วอย่าหาว่ามัวแต่จีบกันอยู่นั่น...ไม่ได้นะ เพราะทั้งคู่กำลังเสริมสร้างความเข้าใจ ให้สอดคล้องต่างหาก คนอื่นก็อย่าอิจฉาตาร้อนกันนักเลย เป็นคนขี้อิจฉาไม่น่ารักนะเจ้าคะ
7. ก็ในเมื่อสนิท จะไปไหนมาไหน ก็มักไปด้วยกันหากโอกาสอำนวย อันเรื่องไปไหนมาไหนกับใครๆ เนี่ยนะ แม้แต่เพื่อนก็ยังไปไหนไปกัน ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์เฉพาะคนรักกันซะหน่อย ถ้าจะจับผิดก็ควรแยกแยะซะก่อน
8. อยากรู้เรื่องของอีกฝ่ายชนิดทุกซอกทุกมุม เผื่อไว้เป็นข้อมูลพื้นฐานหรือเดตา เบส ก่อนจะคบหากันให้ลึกซึ้งต่อไปก็ได้นี่ ดีซะอีกจะได้วัดกันไปเลยว่า เมื่อคบกันไปนานๆ ไอ้ที่เขาเคยพูดงั้นงี้มันจริงหรือว่าโกหกทั้งเพ
9. ต่างฝ่ายต่างชอบพูดถึงกัน ให้บรรดาซี้ซั้ว เอ้ย เพื่อนซี้ฟัง
10. บางคนพอมีความรักในที่ทำงานจะฮึดขยันขันแข็งขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ แต่บางคู่กลับตรงข้าม ยิ่งรักยิ่งกัดก็มี เรื่องพรรณนี้ มันอยู่ที่ลมเพลมพัด วันไหนดีก็ดีใจหาย วันไหนร้าย แม่มดเจอกับอสูรกายไงงั้น
11. โต๊ะทำงานเริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เลอะเทอะอีกต่อไป บอกเป็นนัยๆ นะว่า อีกหน่อยเป็นแม่บ้านแสนประเสริฐได้
12. มีขนมนมเนยที่โต๊ะทำงาน ไว้คอยรับแขกสำคัญ ถ้าไม่ใช่หวานใจฉัน อย่ามาหยิบนะเฟ้ย รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ
เมอร์ลินเลยได้ที นำเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในสำนักงานมาโซ้ยซะเลย นัยว่ายังไม่ทันมีใครมายุก็ขอจุดประทัด ด้วยความปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายให้ผู้คนหวั่นไหวเล่น ด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจใน 12 สัญญาณว่ามีการเกี้ยวพาราสีในที่ทำงาน...เกิดขึ้นแล้ว (12 Signs of an office flirtation) บอกว่า ถ้าฝ่ายหญิงถูกจีบ มักแสดงอาการดีใจจนเนื้อเต้น และเก็บไว้ไม่ ค่อยอยู่นักหรอก แหม... ปูนนี้แล้ว ยังอุตส่าห์มีคนมาติดพัน มันใช่ย่อยซะที่ไหน แล้วงี้จะไม่ให้ ระริกระรี้ หน้าบานเป็นดอกทานตะวันได้ไงจ๊ะ ความรักกับผู้หญิงน่ะ เป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่อย่าเจอกรณี มีลูกกวนตัว มีผัวกวนตีน ก็แล้วกัน เดี๋ยวหัวใจฟกช้ำดำเขียวไปซะก่อน เมอร์ลินงี้อยากให้ดอกรักได้มีโอกาสฟูมฟักให้บานนานๆ อย่ารักง่ายหน่ายเร็วนักเลย ว่าแล้วก็เลี้ยวกลับมาเข้าเรื่องสัญญาณแต่ไม่ใช่สัญญา ที่ฝ่ายหญิงแสดงออก เมื่ออยากให้ใครมารักหรือตกหลุมรักโป๊ะเชะ มีตั้งแต่
1. ชอบเล่นผมของตัวเอง ในลักษณะของคนใจลอยบ่อยๆ หรือไม่งั้น ถ้ารู้ว่าคนที่เธอสนใจกำลังเดินผ่านมา หล่อนจะจัดแจงแต่งผมให้ได้รูปได้ทรง ยังไงซะ ผู้หญิงย่อมรักสวยรักงามวันยังค่ำ แล้ว " ความสวยความงาม" ก็ดันเป็นเสน่ห์ดึ๋งดั๋งเสียด้วยนะ ไปถามดูเถิดว่า ผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบคนงามหน้าตาจิ้มลิ้มหรือเปล่า ? หากยิ่งเซ็กซี่ด้วย ก็ยิ่งน่าเสียวไส้
2. จะอารมณ์ดีม้าก มาก ถ้าสืบได้ว่า ฝ่ายที่ตามจีบเธอยังเป็นโสด อย่างน้อย หนูก็ยังอยากเป็นเบอร์ 1 ไม่อยากกินน้ำใต้ศอกของใคร แถมเผลอๆ เดี๋ยวได้น้ำตาตกในละก้อ ขืนเจอโชคสองชั้นอย่างงี้ อย่าเจอกันเลยดีกว่า ใครว่า เลือกแฟนก็เหมือนซื้อลอตเตอรี่ก็ใช่ แต่โอกาสถูกเจ๋งเป๋งน้อยกว่ากันเยอะ เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกหนู
3. ใช้ภาษาท่าทางส่ออาการว่าอยากมีรักอย่างเปิดเผย เช่น ถ้าชอบก็เชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วยการจับมือถือแขน ทำตัว สนิทสนม หรือถ้ากล้ามาก บางคนเล่นใส่เสื้อคอเว้า หวังโชว์ เนินอกก็มี เรื่องโชว์ ขอให้บอกเหอะ เพราะกลัวไม่ได้โชว์ มากกว่า... ใช่ไหมล้า
4. มักเดินผ่านหวานใจให้เห็นกันทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่ชอบแล้วจะพยายามขนาดนี้รึ
5. ถ้าคุยกันต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ก็ใช้วิธีส่งอีเมล์กันเหมือนในเรื่องบริดเจท โจนส์ไดอารี่ นั่นแหละ เห็นนั่งหน้าจอคอมฯทั้งวันทั้งคืน บางทีไม่ใช่ขยันทำงานอะไรหรอก แต่พะวงเรื่องอื่นน่ะสิไม่ว่า
6. ถ้าว่างพร้อมกัน ก็ทานข้าวด้วยกัน แล้วอย่าหาว่ามัวแต่จีบกันอยู่นั่น...ไม่ได้นะ เพราะทั้งคู่กำลังเสริมสร้างความเข้าใจ ให้สอดคล้องต่างหาก คนอื่นก็อย่าอิจฉาตาร้อนกันนักเลย เป็นคนขี้อิจฉาไม่น่ารักนะเจ้าคะ
7. ก็ในเมื่อสนิท จะไปไหนมาไหน ก็มักไปด้วยกันหากโอกาสอำนวย อันเรื่องไปไหนมาไหนกับใครๆ เนี่ยนะ แม้แต่เพื่อนก็ยังไปไหนไปกัน ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์เฉพาะคนรักกันซะหน่อย ถ้าจะจับผิดก็ควรแยกแยะซะก่อน
8. อยากรู้เรื่องของอีกฝ่ายชนิดทุกซอกทุกมุม เผื่อไว้เป็นข้อมูลพื้นฐานหรือเดตา เบส ก่อนจะคบหากันให้ลึกซึ้งต่อไปก็ได้นี่ ดีซะอีกจะได้วัดกันไปเลยว่า เมื่อคบกันไปนานๆ ไอ้ที่เขาเคยพูดงั้นงี้มันจริงหรือว่าโกหกทั้งเพ
9. ต่างฝ่ายต่างชอบพูดถึงกัน ให้บรรดาซี้ซั้ว เอ้ย เพื่อนซี้ฟัง
10. บางคนพอมีความรักในที่ทำงานจะฮึดขยันขันแข็งขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ แต่บางคู่กลับตรงข้าม ยิ่งรักยิ่งกัดก็มี เรื่องพรรณนี้ มันอยู่ที่ลมเพลมพัด วันไหนดีก็ดีใจหาย วันไหนร้าย แม่มดเจอกับอสูรกายไงงั้น
11. โต๊ะทำงานเริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เลอะเทอะอีกต่อไป บอกเป็นนัยๆ นะว่า อีกหน่อยเป็นแม่บ้านแสนประเสริฐได้
12. มีขนมนมเนยที่โต๊ะทำงาน ไว้คอยรับแขกสำคัญ ถ้าไม่ใช่หวานใจฉัน อย่ามาหยิบนะเฟ้ย รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)