แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจีบสาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจีบสาว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความแตกต่างของผู้หญิงและผู้ชาย

ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง แต่ผู้ชายก็ต้องอ่านด้วยนะ อย่าอ่านข้ามเลยไป เพราะในสัมพันธ์ภาพของคนเรานั้น ชายหญิงแตกต่างกันมาก ทั้งในสรีระร่างกาย ความรู้สึกนึกคิด รวมทั้งพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมา ดังนั้นการเรียนรู้ผู้ชายเข้าใจผู้หญิง จึงเป็นรากฐานของการมีสัมพันธ์ภาพที่ดี
จอห์นเกรย์ นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ถึงกับเขียนหนังสือที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คือผู้ชายมาจากดาวอังคาร และผู้หญิงมาจากดาวพระศุกร์นั่นแหละ ในสัมพันธภาพของชายหญิงนั้น ที่เป็นปัญหาคาใจเป็นประจำก็คือ ผู้ชายชอบทำ ไม่ชอบพูด ผู้หญิงชอบพูดชอบบ่น แต่ผู้ชายกลับไม่ตอบโต้เลย ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกัน และเชื่อไหมว่า ปัญหาของสัมพันธ์ภาพนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดจากการไม่พูดจากันนั่นแหละ
ลองมา ปุจฉา วิสัชนา ความแตกต่างของผู้หญิงและผู้ชายกันก่อนจะดีไหม
ผู้หญิงนั้น สมองซีกขวาพัฒนาการมาดี เธอก็เลยมีจินตนาการค่อนข้างสูงและชอบมองดูทุกเรื่องราวในรายละเอียด ส่วนผู้ชาย สมองซีกซ้ายได้รับการพัฒนาการดีกว่า ก็เลยคิดแต่หลักการ พูดแต่หลักการ แต่พอลงในรายละเอียดแล้วก็ไม่ค่อยรู้อะไร
เลยดูเหมือนว่า ผู้ชายเป็นคนมองอะไรง่ายๆ ไม่ลึกซึ้งและละเอียดรอบคอบเหมือนผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงต้องพยายามบ่นว่า ตักเตือน ดุด่าว่ากล่าวผู้ชายของเธอเป็นประจำ เหมือนหนึ่งว่า เขาเป็นลูกคนโต... ด้วยความหวังดี
แต่โชคร้าย แทนที่เขาจะรับรู้ความหวังดีอันนั้น เขากลับเครียด เก็บกดไว้เป็นประจำ นานๆก็ระเบิดออกมาสักครั้ง และทุกครั้งเรื่องราวก็มักจะบานปลาย เนื่องจากผู้หญิงคิดว่าตัวเองทำด้วยความหวังดี แต่พ่อเจ้าประคุณกลับไม่พอใจ ผู้หญิงที่ชอบบ่นสามีทั้งหลาย ลองนึกถึงเวลาที่ตัวเองโดนมารดาอายุมากๆ บ่นดูบ้าง แล้วจะรู้ว่า... อีกฝ่ายเขารู้สึกอย่างไร ผู้ชายหลายคนถึงกับสะใจอยู่เงียบๆ เวลาที่ภรรยาโดนแม่ยายด่า!!! เอาเป็นว่า ถ้าผู้หญิงจะเริ่มพูดจาในทางสร้างสรรค์ ใช้มธุรสวาจากล่อมเกลาจิตใจของผู้ชายแล้ว ผลที่ได้รับจะมากมายมหาศาล ใครๆก็รู้ว่า น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย ทั้งสิ้น เพราะผู้ชายทั้งหลายมักจะเป็นลูกไก่อยู่ในกำมืออยู่แล้ว แค่พูดหวานๆ ให้สบายใจเท่านั้น อยากได้อะไรบอกไป รับรองได้ว่า...ได้เด็ดขาด ...นอกจากจะเลือกผู้ชายผิดมาตั้งแต่ตอนแรกๆ แบบนั้น ต้องรีบถีบส่งให้ไปไกลๆ แต่ไวๆ เพราะเก็บเอาไว้ใกล้ตัว ก็ไม่มีประโยชน์ เนื่องจากเป็นพวก เอ็น พี แอล หรือหนี้ที่ไม่ก่อประโยชน์นั่นเอง จะรักใครเขาสักคน มองเขาให้นานๆ หน่อย ศึกษาให้ดีเสียก่อน ว่าใช่แน่หรือคนนี้น่ะ ที่จะมาอยู่ด้วยตลอดไป
ดี๋ยวนี้ผู้หญิงไม่ค่อยได้ใช้จินตนาการให้เป็นประโยชน์ในการเลือกคู่ครอง มักจะใช้อารมณ์นำหน้า ไม่ค่อยสนใจเหตุผล เป็นประเภท ความรักทำให้ตาบอดจริงๆ
พอเจอชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกใจปุ๊ป ก็บอกเลยว่า ใช่แน่...คนนี้แหละดวงใจของฉัน คบกันผ่านไป 1 เดือน บอกว่า ใช่เลย ...คนนี้แหละที่เราต้องร่วมรักด้วย เพราะเขารักเรา ก็เลยเสร็จเขาเรียบร้อยไป หลายต่อหลายคนจบลงแค่นี้...เพราะเขาตีจาก เนื่องจากความคิดของผู้ชายนั้นเหมือนกันทุกคน ว่าของอะไรได้มาง่ายๆ ย่อมจะไม่มีคุณค่า หรือไม่ก็คิดว่า ถ้ายอมง่ายๆ แบบนี้แปลว่าคงจะผ่านมือชายมามากแล้ว ทิ้งเธอไปอีกคนก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอก ในเมื่อเธออุทิศบางส่วนของร่างกายเธอให้เป็นของสาธารณแล้วนี่นา จำไว้นะ สาวเอย...จะบอกให้ จะเสียสาวทั้งที ต้องเรียนรู้ว่าจะเสียอย่างไร จึงจะมีคุณค่า เพราะขืนไปเสียสาวก่อนเวลา คุณค่ามันจะหายไป แถมหลายต่อหลายราย เสียสาวแล้ว ยังเสียใจอีกด้วย... ตอนที่เกิดพยานรักแล้วเขาทิ้งไป ประเภท ใช่แน่...ใช่เลย ขอเสียทีเถิด อย่ารีบทำ เพราะบางคนพออยู่กันไปสัก 1 ปี ก็เริ่มถามตัวเองว่า ใช่แน่หรือ
2 ปีผ่านไป บอกเลยว่า...คงไม่ใช่มั๊ง
3 ปี แน่ใจเลย ที่จะบอกว่า...ไม่ใช่แน่ๆ
การจะรักใครสักคนหนึ่ง ควรจะต้องเริ่มถามตัวเองว่า ใช่แน่หรือ... อาจจะใช่นะ ถามแบบนี้สัก 1-2 ปี แล้วค่อยบอกว่า คงจะใช่ อีก 1 ปี ต่อมาค่อยบอกว่า ใช่แน่ เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ก็จะเจอคนที่...รักแท้ การหาคู่ครอง จึงควรจะหา คู่บุญ...ไม่ใช่คู่กรรม
จินตนาการนั้น เป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กับผู้หญิง เพราะในจินตนาการนั้น ผู้หญิงสามารถที่จะฝันถึงเรื่องราวบางอย่าง ที่ไม่สามารถจะเป็นจริงได้ ในชีวิตประจำวัน และเป็นประโยชน์กับผู้หญิงทุกวัย ไม่ว่าจะโสด แต่งงาน หรือเป็นม่าย ยกตัวอย่างง่ายๆ เชื่อไหมว่า แค่ผู้หญิงจินตนาการถึงชายคนที่เธอรัก หรือชื่นชอบแล้ว ในบรรยากาศที่ดีๆ เธอสามารถที่จะจินตนาการต่อไปจนถึงบทโรแมนติก บทรักบทพิศวาสของเธอกับเขา... จนเธอสามารถสุขสมด้วยตนเอง โดยไม่ต้องขยับส่วนต่างๆ ของร่างกายเลย
ผู้หญิงนั้น อยู่คนเดียวก็เสียวได้ ด้วยจินตนาการที่เพริศแพร้วของเธอ และเป็นสิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายทำไม่ได้ ผู้หญิงหลายต่อหลายคน จึงมีความสุขจากการช่วยตัวเองมากกว่าการร่วมรักเพราะในจินตนาการของเธอนั้น เธอสามารถที่จะร่วมรักในรูปแบบที่เธอชื่นชอบได้ ต่างจากการร่วมรักกับผู้ชายที่มักจะไม่ค่อยเป็นเหมือนดังที่ฝันและตั้งใจไว้ ...และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนมีความสุขในเวลาที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งทำรักให้ เพราะรู้ใจกันนั่นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้หญิงที่มีชายคนรักไว้ร่วมรักด้วยจะไม่สามารถใช้จินตนาการให้เป็นประโยชน์ เพราะในระหว่างที่เขาของเธอคนนั้นกำลังปฏิบัติการอันสุนทรีย์อยู่ เธอก็สามารถที่จะหลับตาลง และใช้จินตนาการของเธอ จูงเธอขึ้นสวรรค์ได้เช่นกัน ...นี่ จึงเป็นจุดเดินของผู้หญิงในเรื่องราวของจินตนาการ ผู้หญิงส่วนใหญ่ จึงมักจะเสร็จสมอารมณ์หมายในเรื่องราวของบทพิศวาสกับผู้ชายของเธอ ถ้าเธอเป็นฝ่ายกระทำและอยู่ด้านบน เพราะในท่วงท่าลีลารักดังกล่าว เธอสามารถที่จะควบคุมบงการการสัมผัสเสียดสี ที่ถ่ายทอดความรักให้แก่กันโดยอาศัย 'ส่วนนั้น' เป็นสื่อกลาง เช่นเดียวกันในท่วงท่าดังกล่าว จุดปมประสาทสัมผัสที่เรียกว่า 'จีสปอท' ยังได้รับการกระตุ้นเสียดสีอย่างเป็นจังหวะจะโคนด้วย ความเร็วช้า นุ่มนวล หรือหนักหน่วงที่เธอเป็นคนควบคุม ในระหว่างที่เธอกำลังเป็นผู้ปฏิบัติการอยู่นั้น เธอยังสามารถที่จะใช้จินตนาการของเธอให้เป็นประโยชน์ในการนำทางเธอไปสู่แดนสุขาวดีที่เธอหวังและตั้งใจไว้ ...จนสุขสมร่วมกับคนที่เธอรัก!!

การวางแผนเลือกคู่ชีวิต

กล่าวกันว่า ผู้หญิงนั้น เกิดมาภายใต้การควบคุมและบงการของฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งนับถือกันโดยทั่วไปว่า เป็นฮอร์โมนแห่งความรัก เป็นฮอร์โมนที่บงการให้ผู้หญิงเกิดมาเพื่อความรัก... ความผูกพัน
ผู้หญิง จึงมีจิตใต้สำนึกที่จะแสวงหาความรักเสมอๆ เกิดมาเพื่อที่จะค้นหาว่า มีใครรักเธอจริงบ้างไหม และเมื่อเธอค้นพบแล้ว เธอก็จะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เขาเป็นของเธอคนเดียวตลอดไป
ใครเคยฟังเพลงผู้หญิงในห้วงของความรัก หรือ WOMAN IN LOVE คงจะซาบซึ้งดี เพราะบทเพลงดังกล่าวมีเนื้อร้องท่อนหนึ่งบอกว่า ...ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะทำให้เธออยู่ในอ้อมแขนของฉันตลอดไป ยิ่งเด็กสาววัยรุ่นแล้ว เป็นวัยที่กำลังจะแตกสาวและอยากมีคนรักใจจะขาด หลายต่อหลายคน พยายามหาหมอดูว่า จะพบเนื้อคู่เมื่อไร หลายต่อหลายคนเสี่ยงเซียมซีว่า จะพบเนื้อคู่ที่ไหน และหลายต่อหลายคนผิดหวังจนต้องร้องไห้ เมื่อมีใครก็ไม่รู้ทำนายว่า จะต้องอยู่เป็นโสด หรือชายคนรักจะทอดทิ้งไป
เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นครั้งที่เท่าไรก็นับไม่ได้ แต่ที่ต้องทำคือ ไปเยี่ยมเยือนเมืองเกียวโตที่เป็นเมืองหลวงเก่า ซึ่งเป็นเมืองที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางไปเยี่ยมชมโบราณสถาน และวัฒนธรรมเก่าแก่ที่หลงเหลือให้ดู และหลายต่อหลายแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ล้ำค่า
แน่นอนว่า การไปเที่ยมชมเมืองเกียวโตจะต้องไปเที่ยวชมวัด... และวัดหนึ่งที่คนนิยมไปเยี่ยมชมก็เห็นจะหนีไม่พ้น วัดคิโยมิซุ หรือที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบเรียกว่า วัดน้ำใส เพราะวัดนี้จะมีบริเวณหนึ่งที่มีสายน้ำสามสาย ไหลผ่านหลังคาลงมายังบ่อเบื้องล่าง
กล่าวกันว่า การดื่มน้ำแต่ละสายนั้น สายหนึ่งจะทำให้เรืองปัญญา สายหนึ่งจะทำให้ร่ำรวยเงินทองยศวาสนา และสายสุดท้ายทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ตามคำบอกเล่ามาแต่โบราณ บางตำราก็ว่า ให้ดื่มได้แค่สายเดียว บางตำราก็บอกว่าดื่มได้สองสาย แต่ทุกตำราเห็นพ้องตรงกันว่า ห้ามดื่มทั้งสามสายอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจจะเกิดผลร้ายด้วย เด็กก็มักจะดื่มสายน้ำที่ทำให้เกิดปัญญา หนุ่มสาวก็มักจะดื่มสายน้ำที่ทำให้ร่ำรวยมีอำนาจวาสนา ในขณะที่ผู้สูงวัยก็จะดื่มสายน้ำที่ทำให้สุขภาพดี และมีชีวิตที่ยืนยาว เคล็ดลับของสายน้ำสามสาย จึงเหมือนเทพเจ้าฮกลกซิ่วตามตำราจีน!! แต่ก่อนจะถึงบริเวณดื่มน้ำดังกล่าว จะมีพระพุทธรูปหน้าดำองค์หนึ่ง ซึ่งกล่าวกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะสามารถที่จะอธิษฐานขอเนื้อคู่ได้ดังที่หวังและตั้งใจ และใครที่มีคู่แล้วก็สามารถขอให้มีชีวิตคู่ที่ยืนยาวได้ แต่ไม่มีตำราบอกว่า ถ้ามีคู่แล้วจะขอมีคู่เพิ่มใหม่ จะได้ไหม... และในลานกว้างหน้าพระพุทธรูปดังกล่าว จะมีการเดินอธิษฐานแบบหนึ่ง คือ หลับตาเดินบนก้อนหินถ้าเดินตรงไปได้โดยไม่ตกและแตะเสาหินที่ปลายทางได้ ที่อธิษฐานเกี่ยวกับความรักไว้จะสมหวัง เด็กผู้หญิงหลายต่อหลายคนเดินไปไม่ถึงจุดหมายตกลงกลางทางก่อน เด็กผู้หญิงอีกหลายคนสามารถเดินผ่านไปจนถึงปลายทาง แต่แตะเสาไม่ถูก หลายต่อหลายคนร้องไห้ ด้วยความผิดหวัง... โดยลืมไปว่าที่จริงแล้วการอธิษฐานดังกล่าวนั้น เป็นปัญหาธรรมที่จะต้องครุ่นคิดให้เข้าใจกระจ่างว่า คนเรานั้น เมื่อมีความรักแล้ว บางครั้งถ้ารักแบบผิดๆ ก็จะทำให้เหมือนเป็นคนตาบอด เดินไม่ถูกทาง และเดินไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง
แค่ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วเดินไปก็สามารถเดินไปตรงทาง และเดินไปถึงจุดหมายปลายทางได้แล้ว แต่ทำไมเด็กสาวๆ เหล่านั้นไม่เข้าใจ... คำตอบก็เพราะยังเด็กอยู่ และอาจจะยึดติดกับวัตถุนิยมจนเกินไป ปริศนาธรรมง่ายๆ เท่านี้... จึงไม่เข้าใจ แล้วคุณผู้อ่านเล่า... เข้าใจหรือยัง!!! เพราะถ้าเข้าใจแล้ว... การแสวงหาคู่ชีวิตที่ร่วมเรียงเคียงหมอนก็ง่ายขึ้น
การจะแสวงหาใครสักคนมาเป็นคู่ครอง คู่คิด และคู่ชีวิตนั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่จะต้องสู้ และมีการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะมีชีวิตคู่ด้วยความรัก
การเตรียมตัวมีคู่ จึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก กับชีวิตคู่เสมอๆ... กล่าวกันว่า "การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่ง" ประโยคดังกล่าวนั้น เป็นความเห็นทีมีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว และสามารถนำมาใช้ได้ในทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การเรียนหนังสือ การทำงาน ธุรกิจ สงคราม การตลาด รวมทั้ง...การมีคู่ครอง ...และในการจะมีคู่ชีวิตสักคนนั้น ก่อนที่จะตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับใคร ต้องพยายามเปิดตาให้กว้างๆ ศึกษากันให้มากและนานพอที่จะตัดสินใจว่า คนนี้แหละที่เราจะต้องอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกันในเกือบจะทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดชีวิต ถ้าเป็นไปได้ และแน่นอนเราคงจะต้องมี 'ลูก' เป็นโซ่ทองคล้องชีวิตคู่
การวางแผนที่ดีย่อมนำไปสู่ความสำเร็จฉันใด การวางแผนเลือกคู่ชีวิตก็นำไปสู่ความสุขในการใช้ชีวิตคู่เช่นกัน
เราคงจะมาเรียนรู้จากการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ไม่บ่อยครั้งนักหรอก!! และเมื่อเราตัดสินใจไปแล้ว...ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ปรัชญาของการใช้ชีวิตคู่ แม้ว่าจะมีหลากหลาย แต่จุดมุ่งหมายมีอยู่อย่างเดียวก็คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคนสองคน ถ้าจะถามว่าการจะดำเนินชีวิตคู่ให้ราบรื่น และสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปได้แล้วละก็ เคล็ดลับอยู่ที่คำสองคำนี้คือ อดทน และอดออม ที่จริงก็เป็นคำสองคำที่เป็นเคล็ดลับในการทำความสำเร็จให้ชีวิตในทุกเรื่องราวนั่นแหละจริงไหม เพียงแต่ต้องนำมาประยุกต์ใช้กับการครองคู่และการวางแผนครอบครัวให้สอดคล้องกันเท่านั้น การมีชีวิตคู่ จึงจะมีความสุขราบรื่นเหมือนที่ฝันไว้
อดทน ที่จะรอคอยในยามที่คนรักต้องจากไปทำงานยังต่างจังหวัดต่างแดน หรือกลับจากทำงานในยามดึก อดทนที่จะไม่เปล่งวาจาจากอารมณ์โกรธ เกลียด ไม่พอใจออกมา อดทนต่อความรู้สึกที่ว่า ทำไมเราต้องปรับตัวเข้าหา แล้วทำไมอีกคนหนึ่งถึงไม่ปรับตัวเข้าหาเราบ้าง อดทนต่อนิสัยบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยามรักกันใหม่ๆ แล้วมาแสดงออกในตอนหลัง อดทนต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้สอดคล้องและสอดประสาน กับความต้องการของคนรัก และรู้สึกดีใจ ภูมิใจที่ทำได้เพื่อใครคนนั้น...ที่เรารัก
อดออม แน่นอนว่า การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนั้น เงินทองย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตร่วมกัน หากทั้งสองรู้จักอดออมถนอมทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความยากลำบากร่วมกัน และพิจารณาการใช้อย่างถูกต้องแล้ว นาวารักของทั้งสองก็จะสามารถฝ่ามรสุมต่างๆ ไปได้ด้วยดี แน่นอนว่า การใช้จ่ายบางครั้งต้องมีการจ่ายส่วนตัว... ที่เป็นส่วนตัวจริงๆ และไม่จำเป็นจะต้องบอกให้คู่ครองรู้ เพราะบางครั้งคนเราก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวบ้าง ควรจัดแบ่งเงินทองให้เรียบร้อยว่า นี่เป็นเงินกองกลางที่จะต้องพิจารณาการใช้จ่ายร่วมกัน และแบ่งส่วนที่เป็นส่วนตัวของแต่ละคนแยกออกไป โดยแบบนี้ จะได้มีความรู้สึกว่า มีส่วนร่วมในการจัดการบริหารการเงินด้วยกัน ขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีอิสระในการจับจ่ายใช้สอยบางสิ่งบางอย่างอยู่ แน่นอนว่า อดทน ... และอดออม คงจะไม่ใช่เคล็ดลับทั้งหมดในการใช้ชีวิตคู่หรอก เพราะยังต้องวางแผนการมีบุตรกันอีก ว่าอยากจะมีบุตรกี่คน ควรเว้นระยะห่างการมีบุตรเท่าใดดี คนหัวปีจะให้เป็นลูกชายหรือลูกสาว และใครควรจะเป็นคนคุมกำเนิด เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ หนุ่มสาวจะต้องหาเวลาพูดคุยกันก่อนที่จะใช้ชีวิตคู่ และพูดจากันด้วยเหตุด้วยผล โชคดีที่ในยุคปัจจุบัน คุณหมอเริ่มเข้ามามีส่วนเป็นคนกลางในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นก่อนจะใช้ชีวิตคู่กัน ลองไปปรึกษาคลีนิกตรวจความพร้อมก่อนสมรสสักหน่อย อาจจะได้ข้อคิดดีๆ ที่มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิต และการใช้ชีวิตคู่ไม่มากก็น้อย แถมยังได้ตรวจด้วยว่า มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรที่จะเป็นอุปสรรค ขัดขวางการใช้ชีวิตคู่ด้วย เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว แค่วางแผนครอบครัว... ก่อนที่จะมีครอบครัว แล้วคุณจะมีครอบครัวที่คุณฝันเอาไว้...เป็นความฝันที่เป็นความจริง เป็นความฝันของการจะมีชีวิตคู่ด้วย...ความรัก